คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมมูญ “แพทองธาร” ไม่รอด ! พ้นเก้าอี้นายกฯ ชี้ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง คลิปสนทนามุ่งประโยชน์ “ฮุนเซน” เหนือกว่าประโยชน์ชาติ ขณะที่ “อนุทิน – ภูมิใจไทย” คึกคัก ด้าน “ชาดา” ลั่น ! ไม่ลุ้นคดีนายกฯ ชี้แล้วแต่พระเจ้ากำหนด
วันที่ 29 ส.ค. 68 คุณ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตกรรมการบริหาร และอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7HD กด 35 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ ว่า ตนเชื่อว่าสิ่งที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ในขณะนี้ อาจเป็นเพียงฉากหน้าที่รัฐบาลแสดงให้ประชาชนเห็นเท่านั้น โดยในสัปดาห์หน้า จะมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งตนพิจารณาว่ามีตัวเลือกเพียง 2 คน ได้แก่

1. คุณชัยเกษม ซึ่งเปรียบได้กับ “เหล้าเก่าในขวดใหม่” เพราะจะยังคงเป็นคณะรัฐมนตรีชุดเดิมทั้งหมด ยกเว้นนางสาวแพทองธาร ส่วนที่เหลือจะเหมือนเดิมทุกประการ
2. คุณอนุทิน ซึ่งจะมีการนำคณะรัฐมนตรีบางส่วนจากชุดเดิมรวมกับชุดใหม่ และอาจได้รับความร่วมมือจากพรรคประชาชน
ด้าน น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า หากพิจารณาตามกฎหมายแล้ว ตัวเลือกของนายกรัฐมนตรีมีอยู่น้อยมาก ขณะนี้พรรคเพื่อไทยเหลือไพ่ใบเดียวคือ “คุณชัยเกษม” ซึ่งในทางปฏิบัติอาจไม่ใช่ตัวเลือกอันดับต้น แต่ก็เป็นตัวเลือกเดียวที่มีอยู่ ณ เวลานี้

หากต้องมีการเลือกหรือต่อรอง ตนเชื่อว่าความต้องการภายในพรรคเพื่อไทยอาจโน้มเอียงไปทาง “ลุงตู่” มากกว่าคุณอนุทิน ทั้งนี้ด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดต่าง ๆ ทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางการเมืองในประเทศไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่สะสมมาอย่างยาวนาน ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังจะเดินหน้า ตนมองว่าเราควรใช้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นบทเรียน เพื่อทบทวนว่า จะปล่อยให้ระบอบประชาธิปไตยของประเทศอยู่ในลักษณะเช่นนี้ต่อไปอีกหรือไม่ ?
ด้วยกระบวนการทางการเมืองที่เปราะบางเช่นนี้ ย่อมทำให้การเมืองไร้เสถียรภาพ ดังนั้น ข้อเสนอของพรรคประชาชนที่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ให้คำมั่นว่าจะยุบสภาภายในสิ้นปี และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ พร้อมทำประชามติเรื่องสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถือเป็นแนวทางที่ดีที่สุด เพราะหากทุกอย่างมาจากประชาชน ก็จะหมดข้อสงสัยและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
ในภาพรวมของประเทศ ควรมีกลไกบางอย่างที่ช่วยล้างไพ่และเริ่มต้นใหม่ เนื่องจากรายชื่อผู้เสนอชื่อทั้ง 3 คน ยังมีข้อครหา ทั้งในเรื่องบุคคล และข้อกฎหมาย เช่นเรื่องนิติสงคราม และองค์กรอิสระ ซึ่งทำให้สถานการณ์ไม่สามารถเดินหน้าไปต่อได้ จึงจำเป็นต้องมีการยุบสภา และเลือกตั้งใหม่

จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวให้ความเห็นว่า ตนเห็นว่าใครก็ได้ที่เป็นนายกรัฐมนตรี ยกเว้นคุณชัยเกษม เพราะคุณชัยเกษมสังกัดพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะทำให้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาไม่สามารถยุติลงได้อย่างชอบธรรม แม้อาจมีศึก แต่จะขาดความชอบธรรมทางการเมือง
สถานการณ์การเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และเราจะได้เห็นท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลในประเด็นปมปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ไม่สามารถนำไปหาเสียงร่วมกันได้ ตนเชื่อว่าพรรคร่วมอาจเปลี่ยนขั้ว และพรรคเพื่อไทยเองก็อาจกำลังเตรียมตัวขยับออกจากตำแหน่งที่เป็นอยู่
แม้ว่าขณะนี้คุณแพทองธารจะพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่เพื่อไม่ให้เกิดเงื่อนไขซ้ำรอย ยังมีการนัดรวมตัวชุมนุมอยู่ เนื่องจากนิสัยของคนไทยที่เมื่อเรื่องจบแล้วก็มักแยกย้ายกลับบ้าน ดังนั้น นายกรัฐมนตรีคนใหม่ไม่ควรมาจากพรรคเพื่อไทย และไม่ว่าท่านจะเป็นใคร ต้องให้คำมั่นกับประชาชนใน 5 ประเด็น ดังนี้
1. ยกเลิก MOU 43-44 ทันที
2. ยกเลิกโครงการ Entertainment Complex ที่มีบ่อนคาสิโนทันที
3. ต้องไม่อนุญาตให้มีการขายแผ่นดินเป็นระยะเวลา 99 ปี
4. ต้องไม่ “ซุก” ที่ดินหรือทรัพย์สินใด ๆ
5. ต้องยกเลิก พ.ร.บ.เงินตรา ที่อาจนำเงินสกุลอื่นมาเทียบเคียงกับบาททันที
ติดตาม รายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 17.20-18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35
ชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/VNG5jy0o97M?si=XO8F-WN1szSYjbdA






