พี่ชายรับไม่ได้ ต้องออกมาร้องสื่อ หลังน้องชายถูกน้องสะใภ้คว้าสากทุบหัวดับ พร้อมปล่อยนอนเจ็บคาห้องน้ำ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยชาวบ้านให้การว่าคู่นี้ทะเลาะกันบ่อยครั้ง ฝ่ายหญิงชอบข่ม แถมชอบยึดเงินเดือนเกลี้ยง ปล่อยฝ่ายชายนอนข้างถังขยะ !
วันที่ 26 ต.ค. 2566 ยอด พี่ชายของผู้ตาย เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อ 2 ต.ค. ที่เพิ่งผ่านมา โดยน้องชายถูกแฟนสาวทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส ถูกใช้สากทุบ และมีดแทงที่ใบหน้าหลายจุด พร้อมลากน้องชายไปขังไว้ในห้องน้ำ ส่วนตัวเองก็ไปทำงานต่อตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กระทั่งตอนเช้าเพื่อนที่เป็นบริษัทรปภ. ที่น้องชายทำงานมารับ แต่น้องไม่ออกมาดูปิดสังเกตุ เพื่อนจึงพังประตูเข้าไป จึงพบน้องนอนจมกองเลือด จึงได้รีบพาส่งโรงพยาบาล ก่อนจะเสียชีวิตในวันที่ 6 ต.ค.
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่น้องจะโทรมาระบายเวลาทะเลาะกับแฟนสาวที่อยู่กินกันฉันสามีภรรยา ซึ่งก็จะถูกแฟนสาวทำร้ายร่างกายมาตลอด ทั้งเคยโดนฟันแขนต้องเย็บถึง 38 เข็ม และกระทืบจนซี่โครงหักก็เคยมาแล้ว ส่วนใหญ่จะทะเลาะกันเรื่องเงิน เพราะ ฝ่ายหญิงยึดเงินเดือนน้องชายไปหมด เหลือให้ใช้แค่ 1 พันบาท หากน้องมาเอาไปเพิ่มก็จะโดนกระทำด้วยความรุนแรง นอกจากนี้ ระหว่างน้องชายรักษาตัวแฟนสาวก็ไม่เคยมาเยี่ยมเลย และงานศพก็ไม่ไปด้วย แถมยังไปแจ้งความว่าน้องชายถูกทำร้ายร่างกายจากการทะเลาะวิวาทด้วย ซึ่งตนอยากให้ตำรวจนำตัวเขามาลงโทษให้ถึงที่สุด
ด้าน กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ (กัน จอมพลัง) กล่าวว่า เคสนี้เป็นเคสแรกที่ตนได้รับเรื่องผู้หญิงทำร้ายผู้ชายจนเสียชีวิต ซึ่งตนก็มีสงสัยในใจว่าผู้ชายไปทำร้ายผู้หญิงก่อนหรือเปล่า ด้านพี่ชายผู้เสียชีวิตก็ยืนยันว่าน้องเขาไม่เคยทำร้ายร่างกายแฟนเขาเลย อีกทั้งตนได้ไปสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ก็ได้คำตอบว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชายที่แสนจะประเสริฐมาก ช่วยเหลือชาวบ้านแถวนั้นหมดโดยที่ไม่เคยคิดเงิน สำหรับความคืบหน้าคดี ตนได้ประสานไปยังผกก.สน.พหลโยธิน ซึ่งเขาได้รับปากว่าคดีนี้จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด และเป็นธรรมที่สุด
ฟาก ป้านี พยาน เผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนดีมาก คอยช่วยเหลือชาวบ้านแถวนั้นตลอด ส่วนเรื่องภรรยาของเขานั้น ตนเคยคุยให้เขาเลิกราแล้วแต่เขาไม่ทำเขารักภรรยามาก แม้จะโดนกระทำหลายอย่าง ทั้งทำร้ายร่างกาย โยนข้าวของเสื้อผ้าทิ้ง ไล่ออกนอกห้องให้ไปนอนข้างถังขยะ แถมเงินเดือนฝ่ายหญิงก็เอาไปหมด
ด้าน รศ.พ.ต.ท.ดร. กฤษณพงค์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยา ม.รังสิต วิเคราะห์ว่า การที่ฝ่ายหญิงก่อเหตุแล้วทิ้งผู้เสียชีวิตให้นอนเจ็บอยู่ในห้องน้ำ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้อยู่ด้วยเพราะความรัก เขาอยู่เพราะเงิน ส่วนผู้ชายเขาอยู่ด้วยความรัก เขาสามารถตอบโต้ป้องกันตัวได้ แต่เขาไม่ทำ นอกจากนี้ยังตัดประเด็นที่ฝ่ายหญิงเป็นคนวิกลจริตออกไปได้ด้วย เพราะเขาคิดไตร่ตรองในการออกไปแจ้งความกับตำรวจไว้ก่อน เพื่อชิงความได้เปรียบ
ขณะที่ รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เผยว่า คดีนี้เข้าข่ายเจตนาฆ่า และทารุณโหดร้าย มีโทษประหากสถานเดียว โชคดีว่าเหตุการณ์นี้ยังพอมีคนรู้เหตุการณ์อยู่บ้าง ถ้าฝ่ายหญิงอ้างป้องกันตัวจะแย่เลย เพราะเขาเสียชีวิตไปแล้วไม่สามารถพูดอะไรได้ อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากสังคมไทยให้เพื่อนบ้านช่วยกันดูความรุนแรงในบ้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเกิดกับเด็ก หรือผู้หญิง ไม่เว้นกระทั่งผู้ชาย มันสามารถแจ้งเหตุได้ ไม่มีความผิด
ติดตาม รายการข่าวเย็นประเด็นร้อน ช่วง "ถกไม่เถียง" ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35
–
ชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/PgQBqk2UA4w?si=NkVYDVsfCmViHKWZ






