สปสช. อัดฉีด 1.5 หมื่นล้าน หนุนนวัตกรรมแพทย์ไทย ยกระดับศูนย์กลางสุขภาพปี 70-71

/
/
สปสช. อัดฉีด 1.5 หมื่นล้าน หนุนนวัตกรรมแพทย์ไทย ยกระดับศูนย์กลางสุขภาพปี 70-71

สปสช. กางแผนปี 70-71 อัดฉีด 1.5 หมื่นล้าน หนุนนวัตกรรมแพทย์ไทย ยกระดับสู่ Medical Hub มูลค่าสูง

กรุงเทพฯ (12 มีนาคม 2569)สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประกาศยุทธศาสตร์เชิงรุก เตรียมอัดฉีดงบประมาณสนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์ฝีมือคนไทยรวม 15,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2570-2571 หวังสร้างความเชื่อมั่น ดึงเทคโนโลยีไทยทดแทนการนำเข้า พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการแพทย์มูลค่าสูงตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจชาติ

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. เปิดเผยในงานเสวนา “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยได้ประโยชน์” ณ อาคารข่าวสด ว่า สปสช. มีเป้าหมายชัดเจนในการใช้ระบบหลักประกันสุขภาพเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรม โดยได้วางโรดแมปการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไทยไว้อย่างก้าวกระโดด ดังนี้:

  • ปี 2568 – 2569: จัดสรรงบประมาณเบื้องต้นแล้วกว่า 2,900 ล้านบาท
  • ปี 2570: ตั้งเป้าขยายงบประมาณเป็น 5,000 ล้านบาท
  • ปี 2571: ตั้งเป้าขยายงบประมาณพุ่งสูงถึง 10,000 ล้านบาท

การอัดฉีดงบประมาณรวมกว่า 1.5 หมื่นล้านบาทในระยะ 2 ปีข้างหน้านี้ มุ่งเน้นไปที่กลุ่มยา วัคซีน และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น รากฟันเทียม ถุงทวารเทียม รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI อ่านผลเอกซเรย์ทรวงอก เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการไทยในการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์สาธารณสุข

ยุทธศาสตร์นี้สอดรับกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่ตั้งเป้าให้ไทยเป็น High Value Medical Hub โดยรัฐบาลตั้งเป้าสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและบริการสุขภาพให้ถึง 1.7% ของ GDP และเป้าหมายสำคัญคือการ ลดการนำเข้าครุภัณฑ์ทางการแพทย์จากต่างประเทศลงไม่น้อยกว่า 20% หรือคิดเป็นมูลค่าประหยัดงบประมาณชาติได้กว่า 20,000 ล้านบาท

“การเปลี่ยนงบประมาณรักษาพยาบาลให้เป็นการลงทุนในนวัตกรรมในประเทศ จะช่วยสร้างเศรษฐกิจใหม่ เพิ่มการจ้างงาน และสร้างความมั่นคงทางสุขภาพที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน” — นพ.จเด็จ กล่าว

ด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. ระบุว่าหัวใจสำคัญของงานเสวนาครั้งนี้คือการทำลายกำแพงความเชื่อเดิมๆ โดยนำหลักฐานเชิงประจักษ์มาพิสูจน์ว่านวัตกรรมไทยมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

ในเวทีเสวนาได้มีการเปิดเผยเคสความสำเร็จจากการใช้งานจริงในโรงพยาบาลรัฐ เช่น:

  • นวัตกรรมรากฟันเทียม: โดย ทพ.ปรีดา ประทุมมา รพ.แม่วงก์ และตัวแทนผู้ป่วย นายประดิษฐ์ เบื้องกลาง ที่ยืนยันว่าช่วยให้คุณภาพชีวิตและการบดเคี้ยวกลับมาดีขึ้น
  • แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียมเฉพาะบุคคล: โดย นพ.สมสิทธิ์ นิธิธนนนต์ รพ.อุดรธานี และตัวแทนผู้ป่วย นางมนิสา อุนานนท์ ที่สะท้อนถึงการฟื้นตัวที่รวดเร็วและความแม่นยำในการรักษาผ่านระบบบัตรทอง

นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานสนับสนุนอย่าง สทนว. (TCELS) โดย ดร.จิตต์พร ธรรมจินดา และ อย. โดย ภก.ปิยะ ฉิ่นมณีวงศ์ ที่มาร่วมยืนยันในด้านการส่งเสริมวิจัยและกระบวนการตรวจรับรองมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศมั่นใจในการเลือกใช้นวัตกรรมฝีมือคนไทยอย่างเต็มศักยภาพ