เดือด ! กัมพูชาพลิกลิ้น รุกล้ำเขตแดนไทย ชี้ ต้องกล้าฉีก MOU 43-44 หรือควรปรับปรุง จี้เลิกใช้แผนที่ แนะยึดกติกาโลก สู้กลเกม “ฮุนเซน” เน้นประโยชน์ชาติ

วันที่ 6 ต.ค. 68 พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7HD กด 35 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ เกี่ยวกับ “mou 43-44” ว่าชี้ควรปรับปรุง เหตุ “ฮุนเซน” ละเมิด-ใช้เป็นเครื่องมือ ควรมีการปรับปรุง MOU ฉบับที่ 43 อย่างเร่งด่วน เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวได้ร่างขึ้นเมื่อประมาณ 24 ปีที่แล้ว และเห็นความขัดแย้งและปัญหาในการนำมาปฏิบัติจริงมาโดยตลอด โดยเฉพาะประเด็นการใช้แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ของกัมพูชา เทียบกับมาตราส่วน 1:50,000 ของไทย ซึ่งข้อมูลจากกองทัพระบุว่าทำให้ไทยเสียเปรียบและถูกรุกล้ำพื้นที่ไปถึง 28 จุด “ฮุนเซน” มักจะละเมิดข้อตกลงต่าง ๆ ที่ทำไว้ และ ใช้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือตัวเอง ตัวอย่างพฤติกรรมที่เข้าข่ายการละเมิด เช่น การวางวัตถุระเบิด การสร้างบ่อนการพนัน การใช้ทหารยิงประชาชน หรือการรุกล้ำอธิปไตยในพื้นที่บ้านหนองจาน บ้านสะ และบ้านหนองหญ้าแก้วนอกจากนี้ พล.อ.รังษี ยังตั้งข้อสังเกตว่า MOU ทั้งสองฉบับไม่ได้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาหรือการลงประชามติ ทำให้ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ และสามารถยกเลิกได้ด้วยมติคณะรัฐมนตรี

โดยยืนยันว่า หากพื้นที่พิพาทเป็นของไทยจริง และมีหลักฐานชัดเจน ควรดำเนินการตามกฎหมายไทยอย่างเด็ดขาด เพื่อผลักดันผู้รุกล้ำออกไป

ด้าน อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง แนะใช้กติกาโลกรับมือ พร้อมชี้ MOU 44 สามารถยกเลิกได้ พร้อมเน้นย้ำว่า การตัดสินใจใด ๆ ควรพิจารณาถึงผลกระทบที่จะตามมาอย่างรอบด้าน โดยตั้งข้อสังเกตว่า กัมพูชากำลังพยายามด้อยค่า MOU เพื่อนำประเด็นไปสู่ศาลระหว่างประเทศ โดยยกตัวอย่างความคืบหน้าในการปักหลักเขตแดนทางบกกว่า 45 หลัก จากทั้งหมด 73 หลัก
สำหรับ MOU ฉบับที่ 44 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเขตแดนทางทะเล อาจารย์ทรงฤทธิ์ มองว่าสามารถ "ฉีกทิ้ง" ได้ เนื่องจากมีกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ (UNCLOS) ที่เป็นสากลรองรับอยู่แล้ว ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี แต่กัมพูชาไม่ได้เป็น ทำให้ไทยมีแต้มต่อในการเจรจา เพราะกัมพูชามีเป้าหมายต้องการสิทธิในทรัพยากรใต้ทะเล เช่น น้ำมันและก๊าซ การใช้ LiDAR จะช่วยสร้างกรอบทางกฎหมายที่ชัดเจน เป็นสากล และป้องกันการบิดพลิ้วของกัมพูชาได้ประเด็นแผนที่ LiDAR
พล.อ.รังษี มองว่า หากมั่นใจในพื้นที่ของไทย ควรดำเนินการโดยใช้กฎหมายไทยบังคับและไม่จำเป็นต้องรอการเห็นชอบจากฝ่ายกัมพูชา แต่หากกัมพูชาไม่ยอมรับผลการสำรวจตามหลักสากล ก็อาจต้องใช้กลไกระหว่างประเทศเข้ามากดดัน
อาจารย์ทรงฤทธิ์ เสนอให้ใช้กลไกสากลและข้อตกลงที่มีอยู่เป็นเครื่องมือในการเจรจา สร้างความชอบธรรมให้ไทย และป้องกันตนเองจาก "กลเกม" ของกัมพูชาการเสวนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา และความจำเป็นในการวางกลยุทธ์ที่รอบคอบ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงทั้งการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศ และการใช้เวทีสากลอย่างมีประสิทธิภาพ
ติดตาม รายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 17.20-18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35






