จับตา ! ศึกเลือกตั้ง 69 ใครรุ่งใครร่วง ? ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศ ผนึกนานาชาติหารือปราบ “สแกมเมอร์” เข้าร่วม 58 ประเทศ ไร้เงากัมพูชา ด้าน ศรชล.สั่งเพิ่มระดับเข้ม เฝ้าระวังเรือลักลอบส่งน้ำมันเถื่อนให้กัมพูชา
วันที่ 18 ธ.ค. 68 คุณ จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7HD กด 35 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ ว่า ภาพรวมของสถานการณ์ที่มีลักษณะเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทยนั้น ต้องกล่าวว่าความตั้งใจของฝ่ายความมั่นคงซึ่งส่งสัญญาณเป็นนัย ๆ ว่าจะทำให้สถานการณ์ยุติก่อนปีใหม่ ในความเห็นของตนมองว่าสงครามควรยุติก่อนการเลือกตั้ง หากสามารถจบได้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ในทางกลับกัน หากสงครามไม่ยุติ อาจกลายเป็นช่องว่างให้มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ซึ่งหลังจากนั้น การจะกลับไปจัดการเลือกตั้งตามปกติไม่ใช่เรื่องง่าย

ดังนั้น การประเมินว่าสงครามจะยุติก่อนสิ้นปี ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถรับประกันได้ ตนไม่ได้ออกมาพูดเพื่อขัดขวางการเลือกตั้ง แต่เห็นว่าหากต้องการให้การเลือกตั้งสำเร็จ บรรยากาศโดยรวมจะต้องเอื้ออำนวยด้วย ในประเด็นการตัดเส้นทางน้ำมัน ต้องยอมรับว่าผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันเถื่อนของประเทศไทยได้ลี้ภัยไปอยู่ที่ประเทศกัมพูชาแล้ว ตนมองว่าในช่วงช่องว่าง 4 เดือน เขาควรรู้วิธีรับมือและต่อสู้ ปัญหาสำคัญคือทางการไทยต้องมีความเด็ดขาด จับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี และประณามอย่างจริงจัง
ด้าน ศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความคิดเห็นว่า เรื่องของสงครามเป็นประเด็นที่ยากเกินกว่าจะคาดเดาได้ จึงค่อนข้างเห็นด้วยกับคุณจตุพรว่า ควรจัดการปัญหาด้านความมั่นคงให้เรียบร้อยก่อน โดยการดำเนินการทางทหารควรยึดตามยุทธศาสตร์ ไม่ผูกโยงกับการเมือง จะจบเมื่อใดก็ให้เป็นไปตามสถานการณ์จริง

สำหรับมาตรการสกัดการส่งน้ำมันนั้น ตนมองว่าไม่สามารถสกัดไม่ให้ต่างชาติขายน้ำมันให้กัมพูชาได้ทั้งหมด เราทำได้เพียงสกัดผู้ประกอบการชาวไทยเท่านั้น ซึ่งในมุมมองของตน ผลกระทบต่อไทยอาจไม่มากนัก เพราะแม้คนไทยจะไม่ขาย ก็ยังมีต่างชาติขายให้ได้อยู่ดี ประเด็นสำคัญที่สุดคือรัฐบาลต้องจัดการกับขบวนการสแกมเมอร์อย่างเด็ดขาด แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการก็สามารถดำเนินการได้ หากไม่เร่งจัดการ ตนเห็นว่าสงครามอาจยุติได้ยาก
ขณะที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ / รองหัวหน้าพรรคประชาชน และคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร แสดงความคิดเห็นว่า ประเด็นด้านความมั่นคงจำเป็นต้องแยกออกจากการเมืองอย่างชัดเจน โดยสงครามไทย–กัมพูชาในครั้งนี้มีความแตกต่างจากเหตุการณ์ในปี 2554 อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากเป็นการต่อสู้กับผลประโยชน์ของฮุน เซน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเงินจากขบวนการสแกมเมอร์ มีเดิมพันสูง และฝ่ายตรงข้ามย่อมสู้จนถึงที่สุด

หากกองทัพต้องการให้สงครามยุติ สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันและขาดไม่ได้คือการตัดเส้นทางเงินสกปรกที่กัมพูชาใช้เงินจากการหลอกลวงประชาชนชาวไทยไปจัดซื้ออาวุธ หากไม่ตัดวงจรนี้ สถานการณ์ก็จะวนซ้ำไม่รู้จบ
การตัดเส้นทางลำเลียงน้ำมันเป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ อาจสกัดได้เพียงบางส่วน ไม่สามารถทำได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็จำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตนย้ำว่าการตัดเส้นทางการเงินต้องเป็นประเด็นหลัก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะยกระดับเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญ เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยกำลังทำสงครามระหว่างรัฐกับกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
ติดตาม รายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 17.20-18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35
ชมผ่าน YouTube https://youtu.be/Jwbo5GEDxpc?si=kVFEJt56yU5hvTnT






