“ยอมอด” ดีกว่า “เปิดด่าน” คืนดีเขมร ? จับตา “ทักษิณ” คุมขังนอกเรือนจำ !

/
/
“ยอมอด” ดีกว่า “เปิดด่าน” คืนดีเขมร ? จับตา “ทักษิณ” คุมขังนอกเรือนจำ !
ปิดด่านเขมรยืดเยื้อ ‘เสธ.แมว’ วาง 4 ภารกิจ ‘โรม’ ชี้ปราบแก๊งคอลเซนเตอร์คือทางออกกรุงเทพฯ ประเด็นร้อนที่สังคมกำลังจับตา กับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงปิดด่านอยู่ ขณะที่มีกระแสข่าวถึงแนวโน้มการเปิดด่านเร็ว ๆ นี้
 
 
ถกไม่เถียง : “ยอมอด” ดีกว่า “เปิดด่าน” คืนดีเขมร
 
วันที่ 15 ก.ย. 68 พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)  ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7HD กด 35 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ ว่า การจะพิจารณาเปิดด่านนั้น จำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่ากัมพูชาจะไม่เป็นภัยคุกคามต่อไทย ซึ่งสิ่งสำคัญคือการเสริมสร้างความเข้มแข็งใน 4 พันธกิจด้านความมั่นคงชายแดน ประกอบด้วย
 
1.การปฏิบัติการพิเศษในการระวังป้องกัน 
2.การลาดตระเวนและการวางกำลัง 
3.การจัดระเบียบความมั่นคงชายแดน โดยเฉพาะการบูรณาการเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งต้องอาศัยหน่วยงานอย่าง สมช. กระทรวงมหาดไทย 
4. การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยกระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพ 
 
หากทั้ง 4 พันธกิจนี้มีความเข้มแข็ง จะเป็นการแสดงศักยภาพของไทย และลดทอนขีดความสามารถของฝ่ายกัมพูชา
 
ถกไม่เถียง : “ยอมอด” ดีกว่า “เปิดด่าน” คืนดีเขมร
 
ด้าน  รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ชายแดน ยอมรับว่าประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการปิดด่าน ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาซับซ้อนกว่าในอดีต ครอบคลุมทุกระดับ และปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ที่เงินจำนวนมากไหลไปสู่กัมพูชา ยิ่งทำให้สถานการณ์ทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้น 
 
รังสิมันต์ โรม ชี้ว่า การปิดด่านเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสกัดกั้นแก๊งคอลเซนเตอร์ เนื่องจากปัจจุบันผู้กระทำผิดมักเดินทางโดยเครื่องบินไปยังกัมพูชาโดยตรง ประกอบกับปัญหาที่แก๊งคอลเซนเตอร์ใช้โครงสร้างพื้นฐานจากประเทศอื่นอย่างเวียดนาม ทำให้ไทยจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการปราบปราม โดยมองว่าการใช้ประเด็นการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นเครื่องมือในการกดดันกัมพูชา อาจเป็นหนทางที่นำไปสู่การเจรจาที่มากขึ้นสอดคล้องกับมุมมองของ พลโทภราดร ที่มองว่า การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์คือ “จุดตาย” ที่จะสร้างแรงกดดันต่อกัมพูชา
 
และเสนอให้พิจารณากลไกศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เข้ามามีบทบาทในการกดดันให้เกิดการเจรจา เช่นเดียวกับกรณีของประธานาธิบดีดูเตอร์เต้ของฟิลิปปินส์ โดยย้ำว่าไทยต้องเสริมสร้างความแข็งแกร่งภายในประเทศก่อน ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพของตำรวจไซเบอร์ กฎหมายดิจิทัล และการแสวงหาความร่วมมือจากมหาอำนาจ  
 
ติดตาม รายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 17.20-18.00 น.  ทางช่อง 7HD กด 35
ชมผ่าน YouTube ได้ที่