เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์ ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้หลายพื้นที่ เกิดขึ้นได้อย่างไร ความเสียหายครั้งนี้ใครต้องรับผิดชอบ
วันที่ 28 มี.ค. 68 รศ.ดร. ภาสกร ปนานนท์ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยเชี่ยวชาญเฉพาะด้านแผ่นดินไหวและธรณีสัณฐานของโลก ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านรายการ "ถกไม่เถียง" ทางช่อง 7HD กด 35 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ ว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นจากรอยเลื่อนสะกาย ซึ่งมีความยาวมากกว่า 1,000 กิโลเมตร พาดผ่านประเทศเมียนมา แผ่นดินไหวมีความแรงขนาด 8.2 ริกเตอร์ ทำให้รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ไกล โดยเฉพาะบริเวณกรุงเทพฯ ที่เป็นดินอ่อนจึงรับรู้แรงสั่นได้มาก แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทุกคนรู้สึกได้ร่วมกัน

ในอนาคตมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวได้อีก แต่ไม่สามารถทำนายได้ว่าจะเกิดอีกเมื่อไหร่ หลังจากเกิดแผ่นดินไหวแล้วจะมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง แต่จะไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก ถ้าหากอยู่ไกลจากจุดศูนย์กลางก็จะไม่รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน ส่วนในประเทศไทยมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวได้จากรอยเลื่อน 16 แห่งทั่วประเทศ แต่จะไม่รุนแรงเท่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ โดยจะมีความรุนแรงเฉลี่ยอยู่ที่ขนาด 6 ริกเตอร์

รศ. เอนก ศิริพานิชกร ที่ปรึกษาวิศกรรมสถานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในประเทศไทยมีกฎหมายที่จะต้องสร้างตึกเพื่อรองรับแผ่นดินไหวมานานหลายสิบปี แต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เกิดแรงสั่นสะเทือนครอบคลุมทั้งตึกเตี้ยและตึกสูง ปกติแล้วมาตรฐานของตึกจะต้องรองรับแผ่นดินไหวที่รุนแรงได้ถึงขนาด 7 ริกเตอร์ อาคารของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มลงมาหลังเกิดแผ่นดินไหว รศ. เอนก ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการถล่มจากด้านล่าง ที่อาจเกิดจากโครงสร้างชั้นหนึ่งที่ไม่สมมาตร ซึ่งจะต้องตรวจสอบระบบโครงสร้างต่อไปว่าสาเหตุเกิดจากอะไร
คุณ บี อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เล่าว่า ได้ลงพื้นที่ไปยังบริเวณที่อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มลงมา มีเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนสนธิกำลังเข้ามาร่วมกันค้นหาผู้สูญหาย ได้นำผู้รอดชีวิตออกมาแล้ว 2 ราย และยังมีสัญญาณชีพเพิ่มเติมจากด้านใน เบื้องต้นทราบว่ามีผู้สูญหาย 94 ราย จากข้อมูลพบว่าโครงสร้างอาคารสมบูรณ์แล้วเหลือเพียงแค่การตกแต่งภายใน

คุณ จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมประชุมกันแล้ว พร้อมยืนยันว่าตึกสูงในกรุงเทพฯ สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากอาฟเตอร์ช็อกได้ ส่วนการคมนาคมระบบรางจะเปิดให้บริการภายใน 8.00 น. ของวันที่ 29 มีนาคม 2568 ส่วนอาคารของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ยังสร้างไม่สมบูรณ์จึงถล่มลงมา
รศ. ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ชี้แจงว่า หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว มีรายงานปัญหาอาคารที่เสียหายเชิงโครงสร้างเพียงแค่อาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จ ส่วนอาคารที่สร้างเสร็จแล้วยังไม่ได้รับรายงาน ขณะนี้ได้ส่งวิศวะกรออกไปตรวจสอบแล้วในหลายพื้นที่

พล.ต.ท. อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว มีการใช้รถใช้ถนนเพื่อเดินทางกลับบ้าน ทำให้เกิดการจราจรติดขัด ขณะนี้เริ่มคลี่ลายแล้วบางพื้นที่ ส่วนการดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน มีเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมปฏิบัติงานอยู่ทั่วทุกพื้นที่
คุณ สรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงว่า สนามบินได้เปิดใช้งานตามปกติแล้ว ส่วนการขนส่งระบบรางยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ส่วนการดูแลนักท่องเที่ยว ได้มีการตั้งศูนย์ดูแลนักท่องเที่ยวเพื่อนำส่งให้ถึงที่พักอย่างปลอดภัย
นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ลงพื้นที่แล้ว และมีการนำส่งผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาลทั้งหมด 68 ราย เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 3 ราย
ติดตาม รายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 17.30-18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35
ชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/DWj7yafU2ZI?si=eNdsL3KScMaGoikp






