สำหรับนักศึกษาและคนหนุ่มสาวที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อกับธนาคารได้ เพราะไม่มีเงินเดือนรับรอง “ซื้อก่อน-จ่ายทีหลัง” หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยม
BNPL เกิดจากการพัฒนาบริการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลและพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้ผู้ให้บริการแอปฯ อีคอมเมิร์ซสามารถให้บริการสินเชื่อหรือบริการผ่อนชำระกับผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
ตลาด BNPL เติบโตแค่ไหน ?
ตามรายงาน “Thailand Buy Now Pay Later Market Report 2022”
– มูลค่าตลาด BNPL ในไทยปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 5.5-6.5 หมื่นล้านบาท
– คาดการณ์จะเพิ่มขึ้นถึง 17 เท่า ภายในปี 2571
– ปัจจุบันแม้แต่ร้านอาหาร ร้านบุฟเฟ่ชาบู ที่ราคา 200-500 บาท ก็มี BNPL ให้เลือกแล้ว
BNPL vs บัตรเครดิต ต่างกันอย่างไร ?
ข้อดีของ BNPL
เงื่อนไขการสมัครง่ายกว่า
– ไม่ต้องมีหลักฐานยืนยันรายได้
– ไม่ต้องยื่นใบเสร็จเงินเดือน
– ไม่ต้องมีเอกสารรับรองการจ้างงาน
แพลตฟอร์มยอดนิยมในไทย
– SPaylater ของ Shopee
– Pay Next ของ True Money Wallet
– LazPayLater ของ Lazada
– Grab Pay Later ของ Grab
ใครใช้ BNPL มากที่สุด ?
จากรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDC)
– 37% ของผู้ใช้มีรายได้น้อยกว่า 15,000 บาทต่อเดือน
– ยอดผ่อนชำระเฉลี่ย 7,500 บาทต่อเดือน
สินค้าที่ถูกซื้อผ่าน BNPL มากที่สุด
1. สินค้าเทคโนโลยี
2. เครื่องใช้ไฟฟ้า
3. เสื้อผ้า เครื่องประดับ
6 นิสัยใช้เงินที่ควรเลิก ถ้าอยากเก็บเงินอยู่
มนุษย์เงินเดือนที่ไม่มีเงินออม ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะรายได้น้อย แต่เกิดจากนิสัยและไม่มีวินัยเรื่องเงิน หลายคนเงินเดือนออกปุ๊บ ซื้อของที่ “คิดว่าต้องมี” ทั้งที่จริง ๆ แค่ “อยากได้” พอรู้ตัวอีกที “ชีวิตติดหนี้”
1. เลิกใช้เงินก่อน แล้วออมทีหลัง
ผิด: เงินเดือนเข้ามา → ใช้จ่ายก่อน → เหลือแล้วค่อยเก็บ
ถูก: เงินเดือนเข้ามา → หักเก็บก่อนเลย → เหลือค่อยใช้
2. เลิกตามกระแส
เห็นเพื่อนมี เห็นโซเชียลบอก “ของมันต้องมี” แล้วอยากซื้อทันที แบบนี้หมดเงินเร็วมาก
แก้ไข: ถามตัวเองก่อนซื้อ “ต้องการจริงหรือแค่อยากได้ ? “
3. เลิกสร้างหนี้โดยไม่จำเป็น
โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิต และ BNPL รูดก่อนผ่อนทีหลัง สุดท้ายไม่มีจ่าย กลายเป็นหนี้พอกพูน
แก้ไข: ใช้เฉพาะเมื่อจำเป็นจริง ๆ และมั่นใจว่าจ่ายได้
4. เลิกใช้เงินแบบไร้แผน
หลายคนไม่วางแผนรายรับ-รายจ่าย เงินเลยไม่พอถึงสิ้นเดือน
แก้ไข: ทำบันทึกงบการเงินล่วงหน้าเพื่อประเมินรายรับ-รายจ่าย
5. เลิกลงทุนแบบไม่ศึกษา
อยากมีรายได้เสริมแต่ไม่ศึกษาให้ดี ลงทุนมั่ว ๆ สุดท้ายก็จะเจ็บหนัก
แก้ไข: เรียนรู้ก่อน หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะลงทุนอะไร
6. เลิกเก็บเงินรวมบัญชีเดียว
การมีบัญชีเดียว อาจทำให้เผลอหยิบเงินเก็บมาใช้
แก้ไข: แยกเป็นบัญชีที่ชัดเจน
– บัญชีใช้จ่าย – เงินค่าใช้จ่ายประจำ
– บัญชีออม – เงินออมระยะยาว
– บัญชีฉุกเฉิน – เงินสำรองเผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน
เช็กตัวเองมีกี่นิสัยที่เป็นอุปสรรค ?
จากการสำรวจตัวเองทั้ง 6 ข้อ มีกี่นิสัยบ้างที่เป็นอุปสรรคต่อการออมเงินของคุณ ?
ไม่ต้องกังวลไป เพราะสามารถปรับเปลี่ยนนิสัยเหล่านี้ได้ เพียงลงมือทำอย่างจริงจัง ก็จะสามารถมีอิสระภาพทางการเงินได้
BNPL อาจเป็นเครื่องมือที่สะดวก แต่ก็เป็น ส่วนหนึ่งของการใช้เงินที่อันตราย หากคิดไม่รอบคอบ หยุดพฤติกรรมการใช้เงินแบบไม่มีแผนตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหนี้ก้อนแรกในชีวิต
การมีวินัยทางการเงินและการเปลี่ยนนิสัยการใช้เงิน จะเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินในอนาคต
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่






