ไทยเร่งเครื่อง: ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดเศรษฐกิจอิสลามหรือเศรษฐกิจฮาลาล ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมูลค่ามหาศาล
ข้อมูล ณ ปี 2567 ระบุว่า ไทยมีบริษัทมากกว่า 15,000 แห่ง และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมายฮาลาลกว่า 166,000 รายการ รวมถึงร้านอาหารและภัตตาคารอีกกว่า 3,500 แห่งที่พร้อมรองรับตลาดนี้ ท่ามกลางการคาดการณ์จากองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ว่าประชากรมุสลิมทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 พันล้านคนในปี 2603 ซึ่งหมายถึงกำลังซื้อขนาดใหญ่ที่ไทยไม่ควรพลาดโอกาส
กุญแจสำคัญที่ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการคือ การปรับเปลี่ยนมุมมอง (Mindset) เพื่อยกระดับประเทศสู่การเป็น “Muslim friendly country” โดยประเทศไทยมีจุดแข็งที่ชัดเจนในการเป็นประเทศที่เปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ซึ่งเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ชาวตะวันออกกลางมองประเทศไทยในแง่ดี เห็นได้จากความนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังกรุงเทพฯ กระบี่ และเชียงใหม่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ถูกระบุว่าเป็นคลัสเตอร์ของชาวตะวันออกกลางที่ใหญ่ที่สุดรองจากดูไบ
พฤติกรรมของผู้บริโภคมุสลิมในปัจจุบันมีพลวัตสูง โดยส่วนใหญ่เป็น “คนรุ่นใหม่” ที่มีความฉลาดเลือก คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัล และพร้อมเปิดรับทางเลือกใหม่ๆ ที่ยังคงรักษาหลักศรัทธาอย่างถูกต้อง
เศรษฐกิจฮาลาลจึงเป็นมากกว่าแค่เรื่องการบริโภคอาหาร แต่เป็นเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนและความพอเพียง ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์โลกสมัยใหม่ โดยอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดคือ อาหาร รองลงมาคือ การท่องเที่ยวและการเดินทาง
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดหรือเงื่อนไขที่เคร่งครัดของมาตรฐานฮาลาลอาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ประกอบการบางราย แนวคิด “Muslim-friendly” จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่จะช่วยทลายข้อจำกัดนี้
โดยมีต้นแบบจากประเทศญี่ปุ่นที่กำหนดเกณฑ์สำหรับร้านอาหารและโรงแรม เพื่อให้ชาวมุสลิมสามารถไว้วางใจได้ว่าวัตถุดิบและขั้นตอนการปรุงเป็นไปตามหลักศาสนา แม้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีมาตรฐานฮาลาลรับรองโดยตรง
การปรับตัวเพื่อเป็น “Muslim friendly country” จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่กลุ่มประเทศมุสลิมในตะวันออกกลาง หรือประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียเท่านั้น แต่ยังรวมถึง ตลาดในประเทศนอกกลุ่ม OIC เช่น บราซิล จีน อินเดีย และสหรัฐฯ
ซึ่งเป็นทั้งผู้นำเข้าสินค้าฮาลาลรายใหญ่และเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง หากภาครัฐและเอกชนไทยสามารถประสานความร่วมมือและสร้างความเข้าใจในมาตรฐานนี้ได้อย่างแท้จริง ประเทศไทยจะสามารถคว้าโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจและสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






