ไทยขาดดุลการค้าจีน พุ่ง 41% สัญญาณเปราะบางเศรษฐกิจเริ่มชัด

/
/
/
ไทยขาดดุลการค้าจีน พุ่ง 41% สัญญาณเปราะบางเศรษฐกิจเริ่มชัด

ไทยขาดดุลการค้าจีน: สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศไทยและจีนในช่วงเริ่มต้นปี 2569 กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เมื่อตัวเลขการขาดดุลการค้าพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนน่ากังวล

โดยในช่วงไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปี 2569 ไทยมียอด ขาดดุลการค้ากับจีนสูงถึง 679,737 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สภาวะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่การนำเข้าจากจีนเติบโตในอัตราที่รวดเร็วกว่าการส่งออกของไทยอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อพิจารณารายละเอียดพบว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทย-จีนอยู่ที่ 1.278 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.78% โดยไทยส่งออกสินค้าไปจีนมูลค่า 299,423 ล้านบาท หรือขยายตัวเพียง 0.70% เท่านั้น, ในขณะที่การนำเข้าจากจีนกลับพุ่งสูงถึง 979,160 ล้านบาท เติบโตขึ้น 25.68% 

สินค้าส่งออกหลักของไทยยังคงพึ่งพาสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น ผลไม้สดและทองแดงที่ยังเติบโตได้ดี แต่สินค้าหลักอย่างเครื่องคอมพิวเตอร์และผลิตภัณฑ์ยางกลับมีมูลค่าลดลง ในทางตรงกันข้าม ไทยมีการนำเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ สินแร่โลหะ และผลิตภัณฑ์โลหะจากจีนในปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ได้วิเคราะห์ปัจจัยหลัก 3 ประการที่ทำให้ไทยตกอยู่ในภาวะขาดดุลเร่งตัว ดังนี้:

ประการแรก: การที่จีนเปลี่ยนทิศทางการส่งออกสินค้าจากตลาดสหรัฐฯ มายังเอเชียและอาเซียนมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสงครามการค้าและมาตรการภาษี

ประการที่สอง: บทบาทของจีนในฐานะนักลงทุนอันดับ 1 ในไทย ซึ่งนำไปสู่การนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ และชิ้นส่วนจากจีนเพื่อรองรับฐานการผลิตในประเทศ

ประการสุดท้าย: การขยายตัวอย่างรวดเร็วของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ทำให้สินค้าจีนราคาถูกเข้าถึงผู้บริโภคไทยได้ง่ายขึ้น จนเข้ามาทดแทนสินค้าที่ผลิตในประเทศ

ผลกระทบที่เกิดขึ้นเริ่มส่งผลเสียต่อภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็กและผลิตภัณฑ์ยางที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 30% แม้ว่าไทยจะยังมีดุลการค้าที่เป็นบวกกับสหรัฐฯ อยู่ประมาณ 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยพยุงภาพรวมการส่งออก 

แต่แนวโน้มการขาดดุลการค้าจีนทั้งปี 2569 มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ที่อาจเกินกว่า 2.2 ล้านล้านบาท นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่เชิงนโยบายที่ภาครัฐและเอกชนไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านราคาและต้นทุน ก่อนที่ภาคการผลิตในประเทศจะถูกกดดันไปมากกว่านี้

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital