เวนิสเสี่ยงจมทะเล: นครแห่งสายน้ำที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่อาจทำให้เมืองจมอยู่ใต้บาดาลอย่างถาวร เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้ ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
ตลอด 150 ปีที่ผ่านมา เวนิสเผชิญน้ำท่วมรุนแรงที่กระทบพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองถึง 28 ครั้ง โดยในจำนวนนี้มีถึง 18 ครั้งที่เกิดขึ้นภายในศตวรรษปัจจุบัน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์น้ำหนุนเกิดขึ้นถี่ขึ้นอย่างน่าตกใจ ปัญหานี้มีสาเหตุร่วมกันทั้งจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและการทรุดตัวของแผ่นดินตามธรรมชาติ
ปัจจุบันเวนิสใช้ระบบป้องกันน้ำท่วมที่ชื่อว่า “Mose” ซึ่งประกอบด้วยประตั้นน้ำเคลื่อนที่ 78 บาน แม้ระบบนี้จะช่วยป้องกันเมืองจากน้ำท่วมมาแล้วถึง 154 ครั้งนับตั้งแต่เริ่มใช้งานในปี 2020 แต่ในอนาคตอันใกล้ ระบบนี้อาจเริ่ม “เอาไม่อยู่”
หากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอีก 1 เมตรภายในสิ้นศตวรรษนี้ เจ้าหน้าที่อาจต้องปิดประตูกั้นน้ำบ่อยถึงปีละ 200 ครั้ง ซึ่งจะส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อ ระบบนิเวศในทะเลสาบ เนื่องจากการขวางทางไหลเวียนของน้ำจะทำให้เกิดการสะสมของสาหร่ายและพืชเน่าเสีย จนน้ำขาดออกซิเจนและเปลี่ยนสภาพทะเลสาบให้กลายเป็นเพียง “บ่อพักน้ำสกปรก”
ในด้านเศรษฐกิจและการดำเนินงาน ระบบ Mose มีค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว โดยการยกประตูแต่ละครั้งมีต้นทุนกว่า 200,000 ยูโร (ประมาณ 7.8 ล้านบาท) เฉพาะในช่วงเทศกาลคาร์นิวัลปี 2026 เพียงสามสัปดาห์ มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 5 ล้านยูโรจากการยกประตู 26 ครั้ง
นอกจากนี้ การปิดประตูยังขัดขวางเส้นทางเดินเรือที่ไปยังท่าเรือมาร์เกรา ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของเมืองอีกด้วย เมื่อเผชิญกับความเสี่ยงที่ระบบปัจจุบันจะล้มเหลว ผู้เชี่ยวชาญจึงเริ่มพิจารณา “แผนสำรอง” ระยะยาว ดังนี้:
1. การสร้างเขื่อนวงแหวน (Ring Dikes): เพื่อแยกพื้นที่ใจกลางเมืองที่เป็นมรดกโลกออกจากทะเลสาบ คาดว่าต้องใช้เงินลงทุนระหว่าง 600 ถึง 5,300 ล้านดอลลาร์
2. ซูเปอร์เลวี่ (Super Levee): เขื่อนขนาดยักษ์เพื่อปิดตายทางเชื่อมระหว่างทะเลสาบกับทะเลอย่างถาวร แม้จะป้องกันน้ำได้สูงถึง 10 เมตร แต่มีค่าก่อสร้างมหาศาลกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์
3. การฉีดน้ำลงใต้ดิน: เพื่อหนุนระดับพื้นดินของเมืองให้สูงขึ้นด้วยวิธีการทางวิศวกรรม
4. การย้ายเมือง (Relocation): ซึ่งถือเป็นทางเลือกสุดท้ายที่อันตรายที่สุดเพราะจะทำลายจิตวิญญาณของเมืองลงอย่างสิ้นเชิง
บทเรียนสำคัญสำหรับเวนิสคือ “เวลา” ที่เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากระบบขนาดใหญ่อย่าง Mose ต้องใช้เวลาออกแบบและก่อสร้างนานถึง 50 ปี หากเริ่มวางแผนล่าช้า ระบบป้องกันในอนาคตอาจเสร็จไม่ทันการ
สุดท้ายนี้ หากเมืองที่มีทรัพยากรพร้อมอย่างเวนิสไม่สามารถเอาชนะวิกฤตภูมิอากาศได้ เมืองชายฝั่งอื่น ๆ ทั่วโลกก็อาจต้องเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายไม่ต่างกัน
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






