เปิดเทอม 2569 ยุคของแพง: พ่อแม่ปาดเหงื่อ เงินสะพัด 6.6 หมื่นล้าน

/
/
/
เปิดเทอม 2569 ยุคของแพง: พ่อแม่ปาดเหงื่อ เงินสะพัด 6.6 หมื่นล้าน

เปิดเทอม 2569 ยุคของแพง : ฤดูกาลเปิดเทอมมักมาพร้อมกับภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่สำหรับหลายครอบครัว แต่สำหรับปีการศึกษา 2569 นี้ ดูเหมือนว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจจะยิ่งหนักหน่วงขึ้นไปอีก ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สะท้อนภาพความเป็นจริงของสังคมไทยผ่านผลสำรวจล่าสุด ที่ชี้ให้เห็นว่าพ่อแม่ผู้ปกครองกำลังแบกรับต้นทุนทางการศึกษาที่สูงที่สุดในรอบหลายปี ท่ามกลางยุคที่ข้าวของและน้ำมันแพง

สถิติค่าใช้จ่ายเปิดเทอม ทะลุ 6.6 หมื่นล้านบาท

จากผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ปกครองทั่วประเทศ พบว่าเม็ดเงินสะพัดในช่วงเปิดเทอมปีนี้พุ่งสูงถึง 66,376 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มทำการสำรวจมาในรอบ 17 ปี (ตั้งแต่ปี 2553)

เมื่อเจาะลึกลงไปถึงภาระค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครอบครัว จะอยู่ที่ 29,930 บาท โดยตัวเลขนี้จะมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของโรงเรียนที่บุตรหลานศึกษาอยู่ สำหรับกลุ่มโรงเรียนรัฐบาลห้องปกติจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 10,975 บาท แต่หากเป็นโรงเรียนเอกชนภาคภาษาไทยจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 31,040 บาท ส่วนกลุ่มโรงเรียนรัฐบาลห้องพิเศษจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเล็กน้อยที่ราว 33,874 บาท และกลุ่มที่ต้องแบกรับภาระสูงสุดคือโรงเรียนเอกชน 2 ภาษา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยทะลุไปถึง 52,660 บาทต่อราย

ทำไมค่าใช้จ่ายถึงพุ่งสูงขึ้น ?

ผู้ปกครองเกือบครึ่ง (48.3%) ยอมรับว่าค่าใช้จ่ายในปีนี้เพิ่มสูงขึ้น โดยปัจจัยหลักไม่ได้มาจากค่าเล่าเรียนเพียงอย่างเดียว แต่มาจากแรงกดดันด้านค่าครองชีพรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าและอุปกรณ์การเรียนที่แพงขึ้น (32.4%) ความจำเป็นต้องซื้อสินค้าในจำนวนที่มากขึ้น (21.9%) ไปจนถึงค่าเดินทางและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น (13.8%)

แม้กระทรวงศึกษาธิการจะไม่มีนโยบายบังคับให้ซื้อชุดนักเรียนใหม่ แต่พฤติกรรมส่วนใหญ่ของผู้ปกครองกว่า 84.4% ยังคงเลือกซื้อหนังสือเรียนใหม่ทั้งหมด และ 61.4% เลือกซื้อรองเท้าหรือถุงเท้าใหม่ ในขณะที่อุปกรณ์การเรียนอื่นๆ ชุดนักเรียน หรือกระเป๋า เริ่มมีการปรับตัวโดยนำของเก่ามาใช้ซ้ำเพื่อประหยัดงบประมาณในส่วนที่ทำได้

เมื่อเงินไม่พอ กู้ยืม-โรงรับจำนำ คือทางออก

ภาพสะท้อนที่น่ากังวลที่สุดจากผลสำรวจคือ “สภาพคล่องของครัวเรือน” เมื่อรายได้ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ผู้ปกครองกว่า 27.1% ระบุว่ามีเงินไม่เพียงพอที่จะรับมือกับช่วงเปิดเทอม ทำให้ต้องดิ้นรนหาแหล่งเงินทุนสำรองเพื่อการศึกษาของลูกหลานผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งการกู้เงินในระบบสถาบันการเงิน (26.0%) การพึ่งพาโรงรับจำนำนำทรัพย์สินไปเปลี่ยนเป็นทุน (21.7%) การหยิบยืมจากญาติพี่น้อง (15.7%) การเลือกผ่อนชำระเป็นงวดๆ (15.4%) การรูดบัตรกดเงินสด (12.4%) ไปจนถึงการพึ่งพาหนี้นอกระบบ (3.6%)

ยอมรัดเข็มขัด เพื่ออนาคตทางการศึกษาของลูก

แม้เศรษฐกิจจะฝืดเคืองและค่าใช้จ่ายจะสูงลิ่ว แต่ค่านิยมของครัวเรือนไทยยังคงให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอันดับหนึ่ง ผลสำรวจชี้ว่าผู้ปกครองยอมตัดลดงบประมาณส่วนอื่นในชีวิตประจำวันเพื่อรักษาสภาพคล่อง ไม่ว่าจะเป็นการงดท่องเที่ยวหรือการผ่อนคลาย (36.4%) ลดค่าใช้จ่ายส่วนตัว (26.9%) ลดงบค่าอาหารในบ้าน (20.9%) หรือแม้แต่การดึงเงินออมออกมาใช้ (13.7%)

ยิ่งไปกว่านั้น ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพ ผู้ปกครองกลับยิ่งให้ความสำคัญกับการเลือกโรงเรียนที่มีคุณภาพสูงขึ้น ทั้งโรงเรียนอินเตอร์ โรงเรียนสองภาษา หรือห้องเรียนพิเศษ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “การศึกษา” คือต้นทุนสำคัญที่ครอบครัวไทยยินยอมแบกรับ ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหนก็ตาม

เสียงสะท้อนถึงภาครัฐ

จากภาระที่หนักอึ้ง ผู้ปกครองได้ส่งสัญญาณความต้องการความช่วยเหลือไปยังภาครัฐ โดยข้อเสนอที่ได้รับการเรียกร้องมากที่สุดคือ การเพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา (36.9%) รองลงมาคือการสนับสนุนเงินอุดหนุนโดยตรง และการช่วยเหลืออุดหนุนด้านค่าเดินทาง ซึ่งทั้งหมดนี้คือโจทย์ท้าทายของรัฐบาลในการออกแบบนโยบาย เพื่อแบ่งเบาภาระและสร้างหลักประกันว่า เด็กไทยทุกคนจะสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้ โดยไม่ทิ้งให้ครอบครัวต้องแบกรับหนี้สินจนเกินกำลัง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital