หุ้นอาเซียนดิ่งหนัก อินโดฯ-ไทยรับผลกระทบสูงสุดจากวิกฤตน้ำมัน

/
/
/
หุ้นอาเซียนดิ่งหนัก อินโดฯ-ไทยรับผลกระทบสูงสุดจากวิกฤตน้ำมัน

หุ้นอาเซียนดิ่งหนัก: วิกฤตการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ได้กลายเป็น “โดมิโนทางเศรษฐกิจ” ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภูมิภาคอาเซียนในระยะเวลาอันสั้น นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จนถึงปลายเดือนมีนาคม

มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ของบริษัทในภูมิภาคอาเซียนหดตัวหายไปกว่า 216,900 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 7.1 ล้านล้านบาท คิดเป็นการลดลงถึง 10.2% ภายในเวลาไม่ถึงเดือน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของภูมิภาคนี้ต่อปัจจัยช็อกด้านพลังงานมากกว่าพื้นที่อื่นในเอเชีย

สาเหตุสำคัญที่ทำให้อาเซียนทรุดหนัก มาจากจุดอ่อนทางยุทธศาสตร์เรื่อง “ปริมาณสำรองน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ” ข้อมูลระบุว่าประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคมีน้ำมันสำรองไม่เพียงพอต่อการรับมือวิกฤตในระยะยาว เช่น อินโดนีเซียมีสำรองเพียง 30 วัน ฟิลิปปินส์ 45 วัน ส่วนเวียดนามและมาเลเซียมีประมาณ 50 วัน

แม้ว่าประเทศไทยจะมีระดับสำรองน้ำมันสูงสุดในภูมิภาคที่ 103 วัน แต่เมื่อเทียบกับประเทศยักษ์ใหญ่อย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ที่มีสำรองมากกว่า 200 วัน อาเซียนจึงมีความสามารถในการรับแรงกระแทกจากการขาดแคลนน้ำมันได้น้อยกว่ามาก ส่งผลให้ผลกระทบลุกลามจากภาคธุรกิจไปสู่ภาคครัวเรือนอย่างรวดเร็ว

อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบเป็นอันดับต้น ๆ คือ กลุ่มปิโตรเคมี เนื่องจากประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญอย่างแนฟทาและเอทิลีน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ บริษัท Chandra Asri ยักษ์ใหญ่ของอินโดนีเซียที่มูลค่าตลาดร่วงลงถึง 27% ขณะที่ในประเทศไทย บริษัท ปตท. และปูนซิเมนต์ไทย (SCG) ก็ได้รับผลกระทบจนมูลค่าตลาดลดลง 12% และ 18% ตามลำดับ

นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของหลายประเทศในอาเซียนก็ตกอยู่ในสภาวะวิกฤตเช่นกัน สายการบิน Vietnam Airlines ต้องเตรียมลดเที่ยวบินภายในประเทศหลังมูลค่าตลาดลดลง 21%

ส่วนในประเทศไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) มูลค่าลดลงกว่า 10% โดยรัฐบาลไทยประเมินว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจหายไปถึง 25% จากเป้าหมายเดิม

วิกฤตฮอร์มุซในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางมูลค่าเม็ดเงินมหาศาล แต่ยังเป็นการเผยให้เห็นถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของอาเซียนที่พึ่งพาพลังงานนำเข้าเป็นหลัก โดยมีอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดด้วยมูลค่าตลาดที่หายไป 115,500 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยไทยที่ 48,900 ล้านดอลลาร์

สถานการณ์นี้จึงเป็นสัญญาณเตือนสำคัญให้แต่ละประเทศเร่งทบทวนนโยบายความมั่นคงทางพลังงานและการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อรับมือกับความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital