วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: ยูเออี-คูเวตประสานเสียงลดกำลังผลิตน้ำมัน

/
/
/
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: ยูเออี-คูเวตประสานเสียงลดกำลังผลิตน้ำมัน

วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: โลกกำลังเผชิญกับภาวะช็อกทางพลังงานครั้งสำคัญเมื่อสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และคูเวต สองยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ประกาศเริ่มลดกำลังการผลิตน้ำมันลงอย่างเป็นทางการ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากช่องแคบฮอร์มุซ 

ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ในการขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ถูกปิดตายลงเกือบสิ้นเชิงจากการข่มขู่และคุกคามโดยอิหร่าน ส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดพลังงานและกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกอย่างรุนแรง

คูเวตปิโตรเลียมคอร์ป (KPC) ได้ประกาศภาวะ “เหตุสุดวิสัย” (Force Majeure) ต่อการขายน้ำมันและน้ำมันกลั่น ซึ่งเป็นการยกเว้นการปฏิบัติตามสัญญาเนื่องจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยคูเวตได้เริ่มลดกำลังการผลิตลงทีละน้อยตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา

 โดยเริ่มต้นที่ 100,000 บาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะเพิ่มการลดการผลิตขึ้นเป็นเกือบสามเท่าในวันต่อมา เนื่องจากคลังเก็บน้ำมันเริ่มเต็มและโรงกลั่นต้องลดอัตราการกลั่นลง ขณะที่ยูเออีซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับสามของกลุ่มโอเปค ก็ได้เริ่มจัดการระดับการผลิตนอกชายฝั่งเพื่อรับมือกับสถานการณ์ แม้จะพยายามใช้เส้นทางท่อส่งน้ำมันไปยังฟูไจราห์เพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซแล้วก็ตาม

วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สองประเทศ แต่ยังลุกลามไปทั่วภูมิภาค โดยซาอุดีอาระเบียต้องเปลี่ยนเส้นทางส่งน้ำมันบางส่วนไปยังทะเลแดง ขณะที่อิรักต้องชะลอการผลิตเพราะคลังน้ำมันเต็ม และกาตาร์ต้องปิดโรงงานส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวหลังถูกโจมตีด้วยโดรน 

ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีคือราคาน้ำมันดิบในตลาดลอนดอนพุ่งทะยานขึ้นแตะระดับเกือบ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงสุดในรอบกว่าสองปี สร้างความกังวลว่าอาจนำไปสู่อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกที่รุนแรงยิ่งขึ้น

ทางด้านท่าทีของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้นิยามสถานการณ์นี้ว่าเป็น “ความขัดแย้งเล็กน้อย” ที่จะดำเนินไปเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น แม้จะยอมรับว่าราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ แต่เขาก็เชื่อมั่นว่าราคาจะปรับลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อความขัดแย้งสิ้นสุดลง 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในพื้นที่มีความตึงเครียดสูง เนื่องจากทั้งยูเออีและคูเวตต่างตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและสถานทูตสหรัฐฯ ในภูมิภาคที่ได้รับความเสียหายเช่นกัน

สถานะการปิดตัวของช่องแคบฮอร์มุซไม่เพียงแต่สร้างความติดขัดให้กับการส่งออกน้ำมันจากแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของความมั่นคงทางพลังงานโลก ซึ่งทุกภาคส่วนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าวิกฤตนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใดและจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกมากน้อยเพียงใด

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital