วิกฤตค่าครองชีพ: จับตาเงินเฟ้อไตรมาส 2 เตรียมรับมือสินค้าปรับขึ้นราคา

/
/
/
วิกฤตค่าครองชีพ: จับตาเงินเฟ้อไตรมาส 2 เตรียมรับมือสินค้าปรับขึ้นราคา

วิกฤตค่าครองชีพ: จับตาเงินเฟ้อไตรมาส 2 เตรียมรับมือสินค้าปรับขึ้นราคา

วิกฤตค่าครองชีพ: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจที่น่าจับตา โดยระบุว่าแม้ดัชนีราคาผู้บริโภคหรืออัตราเงินเฟ้อในเดือนมีนาคม 2569 จะยังคงติดลบอยู่ที่ 0.08% ซึ่งเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568

แต่ถือเป็นการลดลงในอัตราที่ชะลอตัวลง โดยค่าเฉลี่ยไตรมาสแรกของปี 2569 ยังคงติดลบอยู่ที่ 0.54% อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือแนวโน้มในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะพลิกกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาสินค้ามีแนวโน้มสูงขึ้นมาจากหลายทิศทาง ประการแรกคือ ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ประการต่อมาคือ ปัญหาสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ที่มีปริมาณลดลง นอกจากนี้ ต้นทุนอาหารสัตว์และการขนส่งที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้ราคาเนื้อสัตว์ทั้งสุกรและไก่ขยับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

สนค. ได้จำแนกกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องจับตาการปรับขึ้นราคาออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามระดับการปรับเพิ่มของต้นทุน ดังนี้

1. กลุ่มที่ปรับขึ้น 0-5%: ครอบคลุมสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องปรุงรส (เกลือป่น, น้ำปลา), ของใช้ส่วนตัว (สบู่, แชมพู, แปรงสีฟัน, ผ้าอนามัย, ผ้าอ้อมสำเร็จรูป), และของใช้ในบ้าน เช่น ผงซักฟอกและกระดาษชำระ

2. กลุ่มที่ปรับขึ้น 5-10%: สินค้าหลักในกลุ่มนี้คือ น้ำมันพืช

3. กลุ่มที่อาจปรับขึ้นมากกว่า 10%: เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเนื่องจากมีโอกาสปรับราคาสูงขึ้นมาก เช่น ซีอิ๊ว, ซอสพริก, น้ำอัดลม, ยาสีฟัน และน้ำยาปรับผ้านุ่ม

จากปัจจัยกดดันเหล่านี้ กระทรวงพาณิชย์จึงได้ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 เพิ่มขึ้นจากเดิม 0.0-1.0% เป็น 1.5-2.5% (ค่ากลาง 2.0%) พร้อมทั้งเฝ้าระวังความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ “Stagflation” หรือสภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่ไปกับเงินเฟ้อสูง ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างมากในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นเงินเฟ้อที่เกิดจากฝั่งต้นทุนและอุปทาน

สำหรับมาตรการรับมือ กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งเข้าไปดูแลสินค้าต้นทาง เช่น เม็ดพลาสติกและกากถั่วเหลือง เพื่อให้ราคาปลายทางสะท้อนโครงสร้างราคาที่แท้จริงและเหมาะสม พร้อมทั้งดำเนินโครงการลดค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการธงฟ้าที่เน้นเข้าถึงชุมชนและโครงการไทยช่วยไทย เพื่อเป็นทางเลือกในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนท่ามกลางความผันผวนของราคาสินค้าในปัจจุบัน

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...