วายุภักษ์ 1 ชูหุ้นปันผลแกร่ง ปรับพอร์ตรับตลาดผันผวน มุ่งลงทุน ESG

/
/
/
วายุภักษ์ 1 ชูหุ้นปันผลแกร่ง ปรับพอร์ตรับตลาดผันผวน มุ่งลงทุน ESG

วายุภักษ์ 1 ชูหุ้นปันผลแกร่ง ปรับพอร์ตรับตลาดผันผวน มุ่งลงทุน ESG

วายุภักษ์ 1 ชูหุ้นปันผลแกร่ง: ท่ามกลางกระแสความผันผวนของตลาดทุนทั่วโลกที่ต้องเผชิญกับปัจจัยรบกวนรอบด้าน กองทุนรวมวายุภักษ์ 1 (VAYU1) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพยุงตลาดทุนไทย ยังคงแสดงศักยภาพและความแข็งแกร่งได้อย่างโดดเด่น นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย ได้เปิดเผยว่า 

ปัจจัยหลักที่ทำให้กองทุนสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคง คือการใช้ กลยุทธ์เน้นลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง ซึ่งเป็นวิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วย สร้างสภาพคล่องและกระแสเงินสดที่เพียงพอสำหรับการบริหารจัดการ แม้ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นอยู่ในภาวะขาลง ผลการดำเนินงานในปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นทะลุเป้าหมาย ทำให้ผู้บริหารมั่นใจว่า 

ผลตอบแทนที่จะมอบให้แก่นักลงทุนจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับเพดานสูงสุดที่ 9%ปัจจุบัน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนอยู่ที่ 10.4315 บาทต่อหน่วย โดยผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. จะได้รับ เงินปันผลงวดล่าสุด (มกราคม – มิถุนายน 2569) ในอัตรา 0.1488 บาทต่อหน่วย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่รับประกันผลตอบแทนขั้นต่ำที่ 3.0% ต่อปี และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

เพื่อให้พอร์ตการลงทุนสอดรับกับสถานการณ์โลกและผลกระทบจากภาวะสงคราม กองทุนได้ดำเนินการ ปรับสมดุลพอร์ต (Rebalance) อย่างมีนัยสำคัญ กองทุนเลือกที่จะ เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) ในกลุ่มพลังงานและเคมีภัณฑ์ ที่ได้รับประโยชน์จากทิศทางต้นทุนและราคาในตลาดโลก 

รวมถึง กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่ได้รับผลบวกจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับเอื้ออำนวย ในทางตรงกันข้าม กองทุนได้ ลดสัดส่วนการลงทุน (Underweight) ในกลุ่มการท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีความไม่แน่นอนสูงและได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพื่อรอดูสถานการณ์ให้มีความชัดเจนก่อนพิจารณากลับเข้าลงทุนอีกครั้ง 

โดยเมื่อพิจารณาสินทรัพย์ลงทุน 5 อันดับแรกที่มีสัดส่วนรวมเกินกว่าครึ่งหนึ่งของ NAV จะประกอบไปด้วย หุ้น PTT (33.93%), SCB (25.61%), ttb (4.64%), KTB (3.46%) และ BCP (2.60%) ทั้งนี้ กองทุนได้ปรับลดและนำหุ้น ADVANC, DELTA และ GULF ออกจากพอร์ตไปเมื่อเทียบกับช่วงสิ้นปี 2568

นอกเหนือจากการบริหารจัดการระยะสั้นเพื่อรับมือกับความผันผวนแล้ว กองทุนวายุภักษ์ 1 ยังให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การเติบโตในระยะยาว โดย มุ่งเน้นการลงทุนในกลุ่มหุ้น ESG ซึ่งถือเป็นนโยบายระดับประเทศที่ภาครัฐให้การผลักดัน การเน้นหุ้น ESG จะช่วยสร้างเสถียรภาพและเป็นแรงดึงดูดสำคัญให้เม็ดเงินลงทุนจากสถาบันทั้งในและต่างประเทศไหลกลับเข้ามาในตลาดทุนไทยอย่างชัดเจน สำหรับแนวโน้มการลงทุนในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ 

คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับโมเดลการลงทุนใหม่ๆ และการปรับเงื่อนไขของกองทุนต่างๆ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง 

สิ่งนี้ถือเป็นปัจจัยบวกที่จะ ช่วยประคับประคองให้เศรษฐกิจของประเทศไทยสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย ในสายตาของนักลงทุนทั่วโลก และย่อมส่งผลดีต่อภาพรวมของการลงทุนในหุ้นไทยต่อไปอย่างยั่งยืน

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital 

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...