ราคาน้ำมันโลก ทะลุ 110 ดอลลาร์ รับแรงกดดันจากสหรัฐฯ-อิหร่าน

/
/
/
ราคาน้ำมันโลก ทะลุ 110 ดอลลาร์ รับแรงกดดันจากสหรัฐฯ-อิหร่าน

ราคาน้ำมันโลก: ตลาดพลังงานโลกกำลังเผชิญกับภาวะผันผวนอย่างหนัก ล่าสุดราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สาม โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ขยับพุ่งทะลุระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 8% นับตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ก็ทะยานขึ้นอยู่เหนือระดับ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรากฏการณ์นี้เป็นผลพวงโดยตรงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้

ปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว คือ ความล้มเหลวในการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่าง “ช่องแคบฮอร์มุซ” ที่ยังคงมีการสัญจรในระดับต่ำ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ออกมากดดันอิหร่านผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างรุนแรง โดยระบุข้อความเตือนว่า “เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว” พร้อมขู่ว่าหากอิหร่านไม่รีบขยับเข้าหาข้อตกลง อาจจะต้องเผชิญกับการถูกโจมตีอย่างหนัก 

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้เรียกประชุมทีมความมั่นคงแห่งชาติระดับสูง ซึ่งรวมถึงรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในขณะที่ฝั่งอิหร่าน โดยสำนักข่าว Mehr ได้ออกมาตอบโต้ว่า วอชิงตันไม่ได้เสนอการผ่อนปรนใด ๆ ที่เป็นรูปธรรม ซ้ำยังเรียกร้องในสิ่งที่ไม่อาจเป็นไปได้ในช่วงสงคราม จนทำให้การเจรจาเดินหน้าต่อไปไม่ได้และนำไปสู่ทางตัน

นอกจากปัญหาความขัดแย้งด้านการทหารแล้ว ปัญหาอุปทานน้ำมันดิบที่ตึงตัว ก็เข้ามาซ้ำเติมสถานการณ์ เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจปล่อยให้มาตรการยกเว้นการคว่ำบาตรการขายน้ำมันดิบของรัสเซียหมดอายุลง แม้ว่าประเทศผู้นำเข้าอย่างอินเดียจะพยายามร้องขอให้ขยายเวลาออกไปก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น ความหวังที่จะเห็นประเทศมหาอำนาจเข้ามาช่วยคลี่คลายวิกฤตก็ยังไม่บังเกิดผล เนื่องจากการประชุมสุดยอดระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง ไม่ได้ก่อให้เกิดมาตรการที่เป็นรูปธรรมใด ๆ ในการช่วยเปิดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงมีความเปราะบางอย่างยิ่ง เห็นได้จากเหตุการณ์โดรนโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้ที่โรงงานนิวเคลียร์แห่งหนึ่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าข้อตกลงหยุดยิงที่เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 8 เมษายนนั้นมีความเปราะบาง และทรัมป์เองก็เคยขู่หลายครั้งว่าจะกลับมาเปิดฉากโจมตีทางอากาศอีกครั้ง

จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทั้งหมด ส่งผลให้ราคาซื้อขายน้ำมันในช่วงเช้าวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (ส่งมอบเดือนกรกฎาคม) ปรับขึ้น 1.1% สู่ระดับ 110.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI (ส่งมอบเดือนมิถุนายน) พุ่งขึ้น 1.7% แตะ 107.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตราบใดที่วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง ปัญหาช่องแคบฮอร์มุซ และการเจรจาทางการทูตยังคงไร้ข้อยุติ ตลาดพลังงานโลกก็อาจจะต้องเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันแพงที่เข้ามากระทบต่อเศรษฐกิจต่อไปในระยะยาว

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital