ยกระดับประเทศไทยสู่มาตรฐานโลก: เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย โดยได้อนุมัติร่างข้อตกลง (MOU) ระหว่างสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตอกย้ำเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2571 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นการพัฒนาและปรับปรุงระเบียบปฏิบัติราชการแผ่นดินให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาเมื่อเดือนเมษายน 2569
สาระสำคัญของความร่วมมือภายใต้ร่างข้อตกลงฉบับนี้ คือการที่ OECD จะเข้ามามีบทบาทสนับสนุนองค์ความรู้ เครื่องมือวิเคราะห์ และร่วมจัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14
โดยขอบเขตการดำเนินงานจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ระยะอย่างชัดเจน ได้แก่ ในระยะที่ 1 OECD จะช่วยสนับสนุนกระบวนการคาดการณ์เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Foresight) เพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม ความไม่แน่นอนต่างๆ รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางการพัฒนาประเทศ และในระยะที่ 2 จะเป็นการร่วมออกแบบนวัตกรรมและกลไกขับเคลื่อนแผน
โดยจะนำแนวทางปฏิบัติที่ดีของประเทศสมาชิก OECD มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบแนวทางของประเทศไทยให้มีมาตรฐานสากล
เพื่อให้กระบวนการดังกล่าวบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม ครม. จึงได้อนุมัติหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย
โดยคณะกรรมการชุดนี้จะมีองค์ประกอบรวมทั้งสิ้น 17 คน และมีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการ การจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการขับเคลื่อนกระบวนการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นองค์รวม และดำเนินงานผ่านกลไกที่เป็นรูปธรรมและชอบด้วยกฎหมาย
เป้าหมายสูงสุดของการผลักดันประเทศเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ในครั้งนี้ คือผลประโยชน์ที่คนไทยและประเทศชาติจะได้รับในระยะยาว ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับมาตรฐานการบริหารงานของภาครัฐ และการปรับปรุงกฎหมายของไทยให้มีความทันสมัยและเป็นสากลมากขึ้น
นอกจากนี้ การเข้าเป็นสมาชิกยังถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในสายตาประชาคมโลก ตลอดจนเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






