“กลุ่มโรงกลั่น” เสี่ยงซัพพลายตึงตัว-ต้นทุนเพิ่ม หลังหน่วยกลั่นไม่รองรับน้ำมันต่างชนิด กลุ่มโรงกลั่นไทย กำลังเผชิญความเสี่ยง ซัพพลายน้ำมันดิบตึงตัวและต้นทุนการกลั่นที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้กำลังการผลิตในอ่าวเปอร์เซียหายไปประมาณ 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเฉพาะคูเวตที่อาจต้องใช้เวลา 3-4 เดือนหลังสงครามยุติจึงจะกลับมาเดินเครื่องได้ปกติ
ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบมีแนวโน้มสูงกว่าแหล่งอื่น
เพื่อรับมือกับปัญหาโลจิสติกส์ โรงกลั่นไทยได้เริ่มกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบไปยังแอฟริกาตะวันตก สหรัฐฯ และทะเลเหนือ
อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มสัดส่วนน้ำมันจากแหล่งใหม่เป็น 90-100% อาจ กระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุง เนื่องจากหน่วยกลั่นต้องรองรับวัตถุดิบที่มีชนิดและระดับสิ่งเจือปนต่างไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
ในเชิงกลยุทธ์ BCP และ PTTGC มีความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง เนื่องจากโรงกลั่นถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันดิบนอกตะวันออกกลางได้ดี และมีสัดส่วนการผลิตผลิตภัณฑ์กลั่นกลาง (middle distillate) สูง
ในขณะที่ TOP, SPRC และ IRPC อาจเผชิญความท้าทายทางเทคนิคและค่าการกลั่น (GRM) ที่ต่ำกว่า โดยเฉพาะ TOP ที่อาจมีปริมาณการผลิตดีเซลลดลง
คาดว่าค่าการกลั่นจะยังแข็งแกร่งในเดือน มี.ค. 2569 จากสต็อกราคาถูกเดิม ก่อนจะเริ่มลดลงในเดือน เม.ย.-พ.ค. เมื่อต้นทุนใหม่เริ่มสะท้อนเข้ามา
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI แนะนำให้ คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) ในกลุ่มนี้ เนื่องจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ราคาสูงขึ้น อาจถูกหักล้างด้วยความต้องการใช้น้ำมัน (demand) ที่อ่อนตัวลง
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






