3 ชาติลุย ! กางแผนลดภาษีน้ำมัน: มาตรการช่วยประชาชน

/
/
/
3 ชาติลุย ! กางแผนลดภาษีน้ำมัน: มาตรการช่วยประชาชน

3 ชาติลุย ! วิกฤตการณ์พลังงานโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบพุ่งสูงถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์พุ่งสูงกว่าปกติถึง 2 เท่า

สถานการณ์นี้ได้กลายเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลในหลายประเทศที่ต้องเร่งหามาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการคลังที่อาจเกิดขึ้นจากการสูญเสียรายได้หลักของรัฐ

เวียดนามและออสเตรเลีย เป็นกลุ่มประเทศแรก ๆ ที่ตัดสินใจดำเนินมาตรการเชิงรุก โดยรัฐบาลเวียดนามได้ยกเลิกภาษีหลายรายการที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ทั้งภาษีคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีสรรพสามิต ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศลดลงทันทีถึง 19% แต่มาตรการนี้ต้องแลกด้วยการสูญเสียรายได้งบประมาณประมาณ 9,000 ล้านบาทต่อเดือน

ในขณะที่ออสเตรเลียได้ประกาศลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 2.53 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อลิตร ซึ่งคาดว่าจะทำให้รัฐบาลเสียรายได้กว่า 2.55 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

สำหรับ ประเทศไทย คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้กระทรวงการคลังพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อแบ่งเบาภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันมียอดติดลบกว่า 42,000 ล้านบาท โดยกรมสรรพสามิตได้จัดทำแบบจำลองผลกระทบออกเป็น 3 กรณี

ซึ่งกรณีที่น่ากังวลที่สุดคือการลดภาษีดีเซลลง 7 บาทต่อลิตร หรือลดทั้งดีเซลและเบนซินในอัตรา 5 บาทต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ของรัฐสูญเสียไปสูงถึงเดือนละ 14,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แผนการลดภาษีนี้ได้รับกระแสคัดค้านจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี โดยให้ความเห็นว่าการลดภาษีสรรพสามิตเป็นการสูญเสียรายได้ทันทีโดยไม่สามารถเรียกคืนได้ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการจัดทำงบประมาณในอนาคตและงบลงทุน 

นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าหากรายได้ไม่เข้าเป้าจนต้องกู้เงินเพิ่ม อาจทำให้หนี้สาธารณะของไทยชนเพดานและเสี่ยงต่อการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating) ของประเทศในสายตาโลก

นายพิพัฒน์จึงเสนอให้ใช้กลไกการกู้เงินเพื่ออุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแทน เนื่องจากมีความยืดหยุ่นกว่าและสามารถเรียกเก็บเงินคืนเข้ากองทุนได้เมื่อราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง

บทเรียนจากปี 2565 ที่รัฐบาลเคยสูญเสียรายได้ไปกว่า 1.5-1.6 แสนล้านบาทจากการลดภาษีน้ำมัน เป็นเครื่องเตือนใจว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ง่าย รัฐบาลไทยจึงต้องชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบระหว่างการช่วยเหลือประชาชนในระยะสั้น กับการรักษาวินัยการคลังเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital