โอกาสใหม่ของไทย: ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ครั้งสำคัญ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มกำลังจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ระดับโลกที่ครอบคลุมทุกเทคโนโลยี จากยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เคยประสบความสำเร็จจากรถกระบะและ Eco Car มาสู่ยุคของ “ยานยนต์พลังงานสะอาดและยานยนต์อัจฉริยะ”
สถิติการลงทุนที่น่าจับตา จากข้อมูลล่าสุด ณ เดือนพฤษภาคม 2569 บีโอไอได้อนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม EV รวมแล้วกว่า 198 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมมหาศาลกว่า 137,000 ล้านบาท การลงทุนเหล่านี้กระจายตัวอย่างทั่วถึงในห่วงโซ่อุปทาน โดยแบ่งตามประเภทเทคโนโลยี (xEV) ได้ดังนี้:
1. รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV): 18 โครงการ มูลค่า 39,500 ล้านบาท
2. รถยนต์ไฮบริด (HEV): 7 โครงการ มูลค่า 29,900 ล้านบาท
3. รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV): 7 โครงการ มูลค่า 9,429 ล้านบาท
4. ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ (เช่น รถบัส และมอเตอร์ไซค์): 18 โครงการ มูลค่า 3,100 ล้านบาท
การสร้างระบบนิเวศและห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจร นอกเหนือจากการผลิตตัวรถยนต์แล้ว ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง โดยมีการลงทุนใน กลุ่มแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานสูงถึง 33,500 ล้านบาท
รวมถึงการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอย่างมอเตอร์ขับเคลื่อนและระบบบริหารจัดการพลังงานอีก 12,500 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการขยาย สถานีชาร์จและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งมีแผนติดตั้งหัวชาร์จกว่า 22,900 หัวทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ผลตอบรับจากตลาดและการจ้างงาน ในปี 2568 ผู้บริโภคชาวไทยให้การตอบรับยานยนต์ไฟฟ้าอย่างก้าวกระโดด โดยมีสัดส่วนยอดจดทะเบียนรถใหม่ที่เป็น xEV สูงถึง ร้อยละ 44 ของยอดทั้งหมด ความเชื่อมั่นนี้ทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มเดินสายการผลิตจริงในไทยแล้วหลายราย เช่น BYD, GWM, SAIC, และรายล่าสุดในปี 2569 อย่าง BMW และ Hyundai ซึ่งช่วยสร้าง การจ้างงานบุคลากรไทยรวมกว่า 16,000 คน
โอกาสของผู้ประกอบการไทย บีโอไอยังได้ดำเนินมาตรการสนับสนุนให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยก้าวเข้าสู่ซัพพลายเชนระดับโลก ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่คาดว่าจะสร้างมูลค่าการจัดซื้อชิ้นส่วนในประเทศกว่า 60,000 ล้านบาท การปรับตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงความท้าทาย แต่เป็นโอกาสสำคัญที่จะยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตอย่างยั่งยืน
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






