เกมพลิกทั้งเอเชีย! สหรัฐฯ ปิดประตูหนีภาษีของสินค้าจีน เวียดนามสะเทือน

/
/
/
เกมพลิกทั้งเอเชีย! สหรัฐฯ ปิดประตูหนีภาษีของสินค้าจีน เวียดนามสะเทือน

เกมพลิกทั้งเอเชีย: ในช่วงเกือบสิบปีที่ผ่านมา เวียดนามได้กลายเป็นเสมือน “สวรรค์ของผู้ผลิตจีน” และเป็นช่องทางหลักในการส่งสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษี แต่วันนี้ยุคของการย้ายฐานการผลิตเพื่อหนีภาษีดังกล่าวกำลังจะสิ้นสุดลง เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ หันมาใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้ากับเวียดนามในรูปแบบเดียวกับที่เคยใช้จัดการกับจีน

ชนวนสำคัญที่ทำให้เวียดนามถูกจับตามองอย่างหนัก คือการที่เวียดนามมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ พุ่งสูงจนแซงหน้าจีนไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา 

ด้วยเหตุนี้ สหรัฐฯ จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการสวมสิทธิต้นกำเนิดสินค้าเพื่อหลบเลี่ยงภาษี และเริ่มนำเครื่องมือทางการค้าที่รุนแรงมาใช้ เครื่องมือเหล่านี้รวมถึงการสอบสวนภายใต้ มาตรา 301 ที่มุ่งเป้าไปที่การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและมาตรฐานด้านแรงงาน และ มาตรา 122 ที่กำหนดภาษีชั่วคราวเพื่อจัดการแรงกดดันด้านดุลการชำระเงิน

นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาเก็บบทลงโทษทางภาษีสูงถึง 40% สำหรับสินค้าที่ใช้วัตถุดิบต่างประเทศเป็นหลักและนำมาประกอบเพียงเล็กน้อยในประเทศที่สาม สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นจนสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) จัดให้เวียดนามอยู่ในกลุ่ม “ประเทศที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ” ด้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 

ทั้งนี้ ไม่เพียงแค่เวียดนามเท่านั้น แต่ประเทศอื่นๆ เช่น ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย และ เม็กซิโก ก็มีโอกาสถูกสหรัฐฯ กวาดสายตาตรวจสอบเช่นกัน หากพบว่าเป็นเพียงเส้นทางอ้อมในการหลีกเลี่ยงภาษี

ผลกระทบจากมาตรการที่เข้มงวดเหล่านี้ ทำให้ข้อได้เปรียบของเวียดนามในฐานะพื้นที่ปลอดภัยลดลงอย่างรวดเร็ว บริษัทจีนรายใหญ่หลายแห่งเริ่มถอนตัวจากการลงทุนในเวียดนามอย่างกะทันหัน เช่น Jasan Group ผู้ผลิตสิ่งทอที่ยกเลิกโครงการโรงงานมูลค่ากว่า 900 ล้านบาท และ Jinko Solar ที่ยกเลิกโครงการผลิตแผงโซลาร์เซลล์หลังจากบริษัทลูกถูกสหรัฐฯ สั่งเก็บภาษีทุ่มตลาด 

ผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจจีนบางส่วนเริ่มมองว่า เมื่อประเมินจากความเสี่ยง ประกอบกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่เริ่มมีสัญญาณคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น การคงฐานการผลิตไว้ในจีนอาจจะกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า

ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า ทางรอดของบริษัทจีนในอนาคตไม่ใช่การยึดติดกับแนวคิดฉวยโอกาส หาช่องโหว่เพื่อย้ายโรงงานและ “เปลี่ยนฉลากแหล่งกำเนิดสินค้า” แบบเดิมอีกต่อไป กลยุทธ์ที่ยั่งยืนคือการกระจายฐานการผลิตไปพร้อมกับ “การสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศนั้น ๆ (Local Value Creation)” อย่างแท้จริง ธุรกิจจำเป็นต้องยกระดับไปสู่การเป็นบริษัทข้ามชาติ 

โดยต้องมีการลงทุนในกระบวนการผลิตจริง ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้สอดคล้องกับกฎแหล่งกำเนิดสินค้า และว่าจ้างบุคลากรตลอดจนผู้บริหารในพื้นที่ ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพชัดเจนว่า ยุคของการตั้งโรงงานเพียงเพื่อประกอบสินค้าต้นทุนต่ำกำลังกลายเป็นความเสี่ยง และการแข่งขันในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่จะให้ความสำคัญกับ “การลงทุนที่สร้างคุณค่า” ที่หยั่งรากในท้องถิ่น มากกว่าการใช้ประเทศอื่นเป็นเพียงจุดผ่านของสินค้าเพื่อหลบเลี่ยงภาษี

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital