อสังหาฯ ไทยแตะเบรกลงทุน! ผู้ซื้อไม่กล้าก่อหนี้ ฉุดตลาดซบยาว

/
/
/
อสังหาฯ ไทยแตะเบรกลงทุน! ผู้ซื้อไม่กล้าก่อหนี้ ฉุดตลาดซบยาว

อสังหาฯ ไทยแตะเบรกลงทุน: ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ จากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องยาวนาน ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ 

ปัจจัยลบเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อที่เปราะบาง ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับกลยุทธ์ขนานใหญ่ โดยเน้นย้ำไปที่การประคองสภาพคล่องทางการเงินให้ได้มากที่สุด

ภาพสะท้อนที่ชัดเจนมาจากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ประจำไตรมาสแรก ซึ่งระบุว่าผู้ประกอบการทั่วประเทศต่างพากัน “แตะเบรก” การลงทุนโครงการใหม่อย่างเห็นได้ชัด 

โดยจำนวนที่อยู่อาศัยที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรที่ดินหดตัวลง 45.7% และใบอนุญาตก่อสร้างลดลงถึง 50.2% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคอนโดมิเนียมที่ใบอนุญาตก่อสร้างร่วงลงหนักถึง 71.3% ผู้ประกอบการเลือกที่จะควบคุมอุปทานเพื่อไม่ให้เกิดภาวะสินค้าล้นตลาด และหันไปมุ่ง “บริหารสต็อก” คงค้างที่มีอยู่ 

นอกจากนี้ ยังมีเทรนด์การปรับพอร์ตโฟลิโอใหม่ โดยหลายบริษัทเลือกขายสินทรัพย์ต่างๆ เช่น ที่ดินเปล่า หรือแม้กระทั่งโครงการที่ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ออกไป เพื่อดึง “กระแสเงินสด” เข้าบริษัท ซึ่งกลายเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในเวลานี้

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ผู้บริหารจากบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้เปรียบเปรยสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันว่าเป็นเสมือนวิกฤติ “กบต้ม” (Boiled Frog) ที่ความกดดันไม่ได้เกิดขึ้นฉับพลัน แต่เป็นการเติบโตที่ต่ำสะสมมานานหลายปีจนค่อยๆ กัดกร่อนกำลังซื้อของประชาชนให้อ่อนแรง

ในขณะเดียวกัน ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ จากบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายใหม่ที่น่ากังวลกว่าปัญหาการถูกธนาคารปฏิเสธสินเชื่อ นั่นคือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Self-Rejection” หรือการที่ ผู้บริโภคเลือกที่จะปฏิเสธการซื้อบ้านด้วยตนเอง 

แม้ว่าพวกเขาจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะกู้ผ่านก็ตาม แต่ด้วยความไม่มั่นใจในเศรษฐกิจและรายได้ของตนเองในอนาคต จึงเลือกที่จะไม่ก่อหนี้ พฤติกรรมนี้สอดคล้องกับแนวโน้มของคนรุ่นใหม่ (Generation Rent) ที่นิยมการเช่ามากกว่าซื้อขาด ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวพัฒนาโมเดลแบบ “Rent-to-Own” หรือเช่าก่อนซื้อ เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะชะลอตัว ตลาดระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทยังคงเป็นกลุ่มความต้องการซื้อจริง (Real Demand) ที่ขับเคลื่อนตลาดได้ เพื่อสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีมูลค่าคิดเป็น 7-8% ของ GDP คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2570 

มาตรการภาครัฐนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะวงจรของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีผลคูณทางเศรษฐกิจ (Multiplier Effect) ในระดับสูง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ นับร้อยประเภท ตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงโลจิสติกส์ ให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ไปพร้อมกันได้

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital