ในปัจจุบัน คนไทยมีความสนใจไปทำงานต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากรายได้ที่สูงกว่าการทำงานในประเทศไทย โดยข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยและกรมการจัดหางาน กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ระบุว่าประมาณการรายได้ที่คนหางานในต่างประเทศส่งกลับผ่านระบบธนาคารแห่งประเทศไทย (อัปเดต 3 เมษายน 2568) อยู่ที่ 91,299 ล้านบาท
เรื่องภาษีสำหรับคนทำงานต่างประเทศ
หลักเกณฑ์การเสียภาษี
การเสียภาษีเงินได้จากต่างประเทศขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยในปีที่เกิดเงินได้ แบ่งเป็น 2 กรณี:
กรณีที่ 1: อยู่ไทยน้อยกว่า 180 วัน
– ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากต่างประเทศให้สรรพากรไทย
– ไม่ว่าจะนำเงินเข้าประเทศไทยปีไหนก็ตาม
– รวมถึงกรณีคนไทยที่ไปอาศัยอยู่เมืองนอกเป็นเวลานาน แล้วกลับมานำเงินสะสมเข้าประเทศไทย
กรณีที่ 2: อยู่ไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป
– ต้องเสียภาษีเงินได้จากต่างประเทศให้สรรพากรไทย
– ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อเนื่องกัน
– เสียภาษีในปีที่นำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในไทย
เงินได้ที่ต้องเสียภาษี
สรรพากรพิจารณาจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) ถึง (8) แห่งประมวลรัษฎากร ยกเว้นเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี เช่น:
– การรับมรดก
– เงินได้ที่รับอุปการะจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส (ไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อปี)
การนำเงินเข้าประเทศไทย
สรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์การนำเงินเข้าประเทศ รวมถึง:
– การโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร
– การโอนเงินผ่านระบบออนไลน์
– การนำเงินสดติดตัวเข้ามาในประเทศ
กรณีพิเศษ
การฝากเงินธนาคารในต่างประเทศ
– เงินต้นไม่ต้องเสียภาษี
– ดอกเบี้ยต้องนำมารวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
การลงทุนในต่างประเทศ
– กำไรจากการลงทุน (Capital Gains) ต้องคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมิน
– คำนวณเป็นรายธุรกรรม (ราคาขาย – ราคาทุน)
– หากยังไม่ได้ขายยังไม่ต้องเสียภาษี
ช่องทางการไปทำงานต่างประเทศแบบถูกกฎหมาย
1. บริษัทจัดหางานจัดส่ง
– ติดต่อบริษัทจัดหางานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการจัดหางาน
– บริษัทต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย
– ต้องผ่านด่านตรวจคนหางานของกรมการจัดหางาน
2. กรมการจัดหางานจัดส่ง
บริการของรัฐที่ไม่เสียค่าบริการ นอกจากค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า ค่าภาษี
โครงการต่าง ๆ:
– โครงการจ้างตรง: ไต้หวัน
– โครงการ IM: ประเทศญี่ปุ่น
– โครงการ EPS: สาธารณรัฐเกาหลี
– โครงการ TIC: ประเทศอิสราเอล
3. เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง
– ติดต่อนายจ้างต่างประเทศด้วยตนเอง
– กรณีต่อสัญญาจ้าง ต้องแจ้งกรมการจัดหางานก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 15 วัน
4. นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงาน
– บริษัทในเครือในต่างประเทศ
– การประมูลงานในต่างประเทศ
– ต้องขออนุญาตต่อกรมการจัดหางาน
5. การส่งลูกจ้างไปฝึกงาน
– ระยะเวลาไม่เกิน 45 วัน
– ยื่นแบบแจ้ง จง.46
ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเดินทาง
1. การขออนุญาตนำเข้าแรงงาน
นายจ้างต่างประเทศดำเนินการขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติที่กระทรวงแรงงานของประเทศนายจ้าง
2. การขอวีซ่าทำงาน
เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว นายจ้างดำเนินการขอวีซ่าทำงานให้คนหางาน
3. การทำสัญญาจ้างงาน
– นายจ้างทำสัญญาจ้างงาน
– นำสัญญาไปรับรองที่สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น
4. การจัดส่งเอกสาร
นายจ้างจัดส่งวีซ่าทำงานพร้อมสัญญาจ้างงานฉบับจริงมาให้คนหางาน
5. การขอวีซ่าในประเทศไทย
กรณีที่ไม่ได้ขอวีซ่าที่ประเทศนายจ้าง ให้นำเอกสารไปติดต่อสถานทูตของประเทศนายจ้างประจำประเทศไทยเพื่อขอประทับวีซ่า
การทำงานต่างประเทศเป็นโอกาสที่ดีในการเพิ่มรายได้และประสบการณ์ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องการเสียภาษีและการดำเนินการผ่านช่องทางที่ถูกต้อง การเตรียมตัวและศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนจะช่วยให้การทำงานต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/QvxrimFbRRU?si=sxpkbeyNC56y9QQV




