หอการค้าชี้ ไทยต้องปฏิรูปฐานราก รับระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่

/
/
/
หอการค้าชี้ ไทยต้องปฏิรูปฐานราก รับระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่

หอการค้าชี้: ในปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและเป็นวงกว้างต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) 

รวมถึงความต้องการของตลาดโลก นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล ข้าราชการ และภาคเอกชน ต้องเร่งปรับตัวและยอมรับความเป็นจริง เพื่อให้ไทยสามารถอยู่รอดในกติกาโลกใหม่นี้ได้อย่างแข็งแกร่ง

ความท้าทายในการแข่งขันดึงดูดเม็ดเงินลงทุน การแข่งขันในระดับภูมิภาคเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อนักลงทุนรายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง และมาเก๊า นิยมหันไปตั้งศูนย์กลางการค้า (Trading Hub) ที่ประเทศสิงคโปร์ 

เนื่องจากมีข้อได้เปรียบด้านภาษีเงินได้นิติบุคคลที่อยู่ในระดับต่ำเพียงร้อยละ 15 ในขณะที่ประเทศไทยเก็บอยู่ที่ร้อยละ 20 อีกทั้งยังมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ดึงดูดใจสำหรับผู้บริหาร อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงมีจุดแข็งที่สำคัญคือการถูกมองว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการลงทุน (Safe Haven) 

โดยเฉพาะกลุ่มทุนจากประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการเข้ามาขยายฐานการผลิตในไทยเพื่อถ่วงดุลอำนาจทางการค้ากับการลงทุนของจีน

ชูโมเดลสร้างซัพพลายเชนภายในประเทศ เพื่อใช้ประโยชน์จากการลงทุนของชาวต่างชาติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประเทศไทยต้องมีกลยุทธ์ในการเจรจาเพื่อผลักดันให้เกิดการใช้วัตถุดิบในภูมิภาคและการสร้าง Local Content ภายในประเทศให้มากขึ้น 

โดยสามารถนำบทเรียนจากความสำเร็จของบริษัทโตโยต้าเมื่อ 60 ปีก่อนมาเป็นต้นแบบ ภาครัฐควรใช้เงื่อนไขทางการค้าเพื่อเป็นกลไกบีบให้บริษัทต่างชาติที่เข้ามาใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มทุนจากจีน ต้องเข้ามาร่วมลงทุนและสร้างเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานร่วมกับผู้ประกอบการคนไทย 

วิธีการนี้จะช่วยสร้างงานและกระจายรายได้ลงสู่ท้องถิ่น แทนที่จะปล่อยให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาใช้เพียงทรัพยากรของประเทศ โดยที่เศรษฐกิจภายในประเทศไม่ได้รับผลประโยชน์กลับคืนมาเท่าที่ควร

การปฏิรูปเพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายใน การพึ่งพาเพียงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปภาคการเกษตรครั้งยิ่งใหญ่อย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือครอบครัวเกษตรกรกว่า 11 ล้านคน

ซึ่งมีประชากรเกือบครึ่งประเทศที่ยังมีรายได้น้อยและอยู่ในภาวะอ่อนแอ หากคนกลุ่มนี้ขาดกำลังซื้อ เศรษฐกิจภายในประเทศก็จะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า ขจัดปัญหาคอร์รัปชันที่เป็นปัจจัยลบซึ่งทำให้นักลงทุนยุโรปเกิดความกังวล ตลอดจนให้การสนับสนุนกลุ่มธุรกิจ SMEs ในการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบหุ่นยนต์

ในท้ายที่สุด ประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการนำจุดแข็งเดิมที่มีอยู่มาผลักดันและต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ภาคการผลิตที่แข็งแกร่ง และความเป็นสวรรค์ของการท่องเที่ยวจากนิสัยคนไทยที่ใจดีและมีอาหารอร่อย แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงแต่เศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่เราอาจยังเสียเปรียบในเรื่องของภาษาและองค์ความรู้เฉพาะทาง แนวทางเหล่านี้จะช่วยให้ประเทศก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจระดับโลกได้อย่างมั่นคง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital