ส่งออกไทยอ่วม ! สินค้าค้างท่อ 3.2 หมื่นล้าน

/
/
/
ส่งออกไทยอ่วม ! สินค้าค้างท่อ 3.2 หมื่นล้าน

ส่งออกไทยอ่วม ! ภาคการส่งออกของไทยกำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของปี 2569 เมื่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ลุกลามสู่เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและต้นทุนโลจิสติกส์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน

ต้นทุนพุ่งพรวด : ค่าประกันภัยและค่าระวางเรือดีดตัว

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และ สรท. ระบุว่าปัจจัยที่น่ากังวลที่สุดคือ “ค่าประกันภัยความเสี่ยงสงคราม” (War Risk Premium) ที่ดีดตัวขึ้นจากหลักร้อยสู่ระดับ 2,000-4,000 ดอลลาร์ต่อตู้ ตามความเสี่ยงของพื้นที่ ขณะที่ค่าระวางเรือ (Freight) พุ่งสูงขึ้นเท่าตัวจาก 3,500 ดอลลาร์ เป็นกว่า 7,000 ดอลลาร์ต่อตู้ 40 ฟุต เนื่องจากสายเดินเรือจำนวนมากตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ทวีปแอฟริกา ซึ่งนอกจากจะเพิ่มต้นทุนเชื้อเพลิงแล้ว ยังทำให้ระยะเวลาขนส่งนานขึ้นจนเกิดสภาวะตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนและหมุนเวียนกลับมาไทยไม่ทัน

มูลค่าความเสียหายและสินค้าค้างท่อ

สรท. ประเมินว่าปัจจุบันมีสินค้าไทยมูลค่ากว่า 32,000 ล้านบาท ติดค้างอยู่ในระบบขนส่ง ไม่สามารถเข้าสู่ท่าเรือปลายทางได้ตามกำหนด ขณะที่ภาพรวมการส่งออกไปตะวันออกกลางซึ่งมีมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาทต่อปี กำลังสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจเฉลี่ยสัปดาห์ละ 8,300 ล้านบาท หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 2 เดือน นักวิชาการคาดการณ์ว่ามูลค่าความเสียหายสะสมอาจทะลุ 60,000 ล้านบาท ทันที

ทางรอดและการปรับตัวของภาคธุรกิจ

ในขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมอย่างเครื่องปรับอากาศและคอมเพรสเซอร์ยังคงมีความต้องการสูงในตะวันออกกลาง แต่ผู้ส่งออกรายย่อยกำลังเผชิญภาวะ “คอขวด” เนื่องจากสายเรือให้สิทธิ์คู่ค้ารายใหญ่ก่อน ด้านกระทรวงพาณิชย์ภายใต้การนำของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้งัดมาตรการเชิงรุก 6 แนวทาง เพื่อช่วยผู้ประกอบการบริหารจัดการต้นทุนโลจิสติกส์ กระจายความเสี่ยงแหล่งวัตถุดิบ และป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าภายในประเทศ เพื่อประคองภาคการส่งออกไทยให้ผ่านพ้นมรสุมภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้ไปให้ได้

มุมมองรายอุตสาหกรรม : จากความกังวลสู่การปรับตัว

ในฝั่งอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมเพรสเซอร์ แม้ตลาดตะวันออกกลางจะเป็นตลาดหลักที่มีความต้องการสูง แต่ปัจจุบันอยู่ในภาวะ “Wait and See” หรือรอดูสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างดูไบเริ่มพบพฤติกรรมการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างชัดเจน สะท้อนถึงความกังวลต่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานในอนาคต

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital