สถาบันคุ้มครองเงินฝาก DPA: อุ่นใจแค่ไหนเมื่อธนาคารล้ม? + วางแผนการเงินยังไงให้รวย! | เงินทองของจริง

/
/
/
สถาบันคุ้มครองเงินฝาก DPA: อุ่นใจแค่ไหนเมื่อธนาคารล้ม? + วางแผนการเงินยังไงให้รวย! | เงินทองของจริง
เคยสงสัยไหมว่าถ้า “ธนาคารล้ม” เงินฝากที่เราอุตส่าห์เก็บมาจะหายไปไหน ? มั่นใจได้เลยว่ามีหน่วยงานที่คอย “คุ้มครองเงินฝาก” ของคุณอยู่! รายการ “เงินทองของจริง” พาคุณมาทำความรู้จักกับ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) หรือ สคฝ. กับคุณ ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก หน่วยงานสำคัญที่ทำให้คุณ “อุ่นใจ” กับเงินเก็บ พร้อมกับเคล็ดลับ “วางแผนการเงิน” ให้มั่นคงจาก “โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์”
 
สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) คืออะไร ?
DPA ก่อตั้งขึ้นมา 17 ปี หลังวิกฤตปี 2540 เพื่อป้องกันปัญหาการแห่ถอนเงินและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ฝากเงิน มีหน้าที่หลักคือ คุ้มครองผู้ฝากเงิน หากสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต
 
วงเงินคุ้มครองและประเภทเงินฝากที่ DPA ดูแล
วงเงินคุ้มครอง DPA คุ้มครองเงินฝากสูงสุด 1 ล้านบาท ต่อ 1 ราย ต่อ 1 สถาบันการเงิน ซึ่งครอบคลุมผู้ฝากเงินคนไทยส่วนใหญ่ถึง 98% ! หากมีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาท DPA จะดำเนินการชำระบัญชีทรัพย์สินของสถาบันการเงิน แล้วนำเงินที่ได้มาจ่ายคืนให้ผู้ฝากในส่วนที่เกิน
– ประเภทเงินฝากที่คุ้มครอง: ครอบคลุมเงินฝากประจำ, เงินฝากออมทรัพย์, กระแสรายวัน, และบัตรเงินฝากต่าง ๆ
– สถาบันการเงินที่คุ้มครอง: ครอบคลุมธนาคารทุกขนาดและทุกประเภท รวมถึงสาขาธนาคารต่างประเทศ รวม 32 แห่ง
– บัญชีสามีภรรยา: DPA คุ้มครองแยกกันตามแต่ละบัญชี ไม่รวมกันเป็นก้อนเดียว แม้จะจดทะเบียนสมรสแล้วก็ตาม
– ประเภทที่ยัง “ไม่” คุ้มครอง: เงินฝากในสหกรณ์, สถาบันการเงินเฉพาะกิจ, ตราสารต่างๆ เช่น หุ้นกู้, ตราสารทุน, พันธบัตร, กองทุนรวม, ประกันชีวิต รวมถึงเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ (FCD), E-Money (ใน Wallet) และสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) ซึ่ง DPA กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อพิจารณาความคุ้มครองในอนาคต
 
DPA เอาเงินมาจากไหน และจ่ายคืนอย่างไร ?
แหล่งเงินทุน: เงินทุนของ DPA ไม่ได้มาจากภาษีประชาชน แต่มาจากเงินสมทบที่สถาบันการเงินนำส่งให้ DPA ซึ่ง DPA จะนำไปลงทุนต่อในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมาก เช่น พันธบัตรรัฐบาล เพื่อสร้างผลตอบแทนมาใช้ในกรณีที่สถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต
 
ขั้นตอนการรับเงินคืน: หากสถาบันการเงินล้ม ผู้ฝากเงินไม่จำเป็นต้องติดต่อ DPA โดย DPA จะจ่ายเงินคืนให้ภายใน 30 วัน โดยมี 2 รูปแบบ
 
1.  โอนเงินผ่าน PromptPay: ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน (แนะนำให้เปลี่ยนไปผูกกับธนาคารอื่น หาก PromptPay ของท่านผูกกับธนาคารที่มีปัญหา)
2.  จ่ายเป็นเช็ค: ส่งไปตามที่อยู่ในทะเบียนราษฎร์
 
ระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง DPA !
DPA ย้ำว่า ผู้ฝากเงินในสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การคุ้มครอง (32 แห่ง) จะได้รับสิทธิ์คุ้มครองเงินฝากโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องดำเนินการใด ๆ หรือเสียค่าธรรมเนียม หากมีผู้แอบอ้างเป็นพนักงาน DPA เพื่อขอข้อมูลส่วนตัว หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ให้ระวัง ! หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อ DPA โดยตรงได้ที่สายด่วน 1158, เว็บไซต์ www.dpa.or.th, Facebook: DPA Thailand, หรือ Line Account: DPA Thailand
 
เคล็ดลับวางแผนการเงินส่วนบุคคล
แม้จะมี DPA คุ้มครอง แต่การ “วางแผนการเงิน” ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ
–   ออมให้เร็วที่สุด: เพราะเวลาเป็นพลังสำคัญในการสร้างความมั่งคั่ง
–   ออมก่อนใช้: แบ่งเงินมาออมทันที 10-20% ของรายได้
–   ตั้งเป้าหมายการออม: เช่น เงินสำรองฉุกเฉิน, เงินซื้อบ้าน/รถ, หรือเพื่อการเกษียณ
–   เลือกเก็บเงินในที่ที่เหมาะสมกับเป้าหมาย: เงินสำรองฉุกเฉินควรเก็บในที่ที่พร้อมถอนพร้อมใช้
–   ตรวจสอบและปรับแผนอยู่เสมอ: เพื่อให้มั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมาย
–   สำหรับเงินที่เกิน 1 ล้านบาท: ควรพิจารณาการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น กองทุนพันธบัตร, หุ้น (ถ้ามีความรู้ความเข้าใจ), หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
 
ความแข็งแกร่งของสถาบันการเงินไทย
ปัจจุบันสถาบันการเงินในประเทศไทยมีความแข็งแกร่งมาก ไม่เหมือนเมื่อปี 2540 เนื่องจากมีมาตรการควบคุมที่เข้มข้นขึ้น ทำให้ผู้ฝากเงินอุ่นใจได้มากขึ้น
 
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/b3sTxoBO35E