สงกรานต์กร่อย ! พิษน้ำมันแพงพุ่ง 50 บาท บีบคนไทยงดเดินทาง

/
/
/
สงกรานต์กร่อย ! พิษน้ำมันแพงพุ่ง 50 บาท บีบคนไทยงดเดินทาง

สงกรานต์กร่อย ! เทศกาลมหาสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ควรเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข การรวมพงศ์เผ่าเหล่ากอ และการเฉลิมฉลองประเพณีที่งดงามของคนไทย แต่ภาพความเป็นจริงในปีนี้กลับตรงกันข้าม บรรยากาศแห่งความรื่นเริงถูกสูบกลืนหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความเครียดและเสียงถอนหายใจ เมื่อ “วิกฤตพลังงาน” ได้กลายร่างเป็นคลื่นยักษ์ที่ซัดถล่มค่าครองชีพของคนไทยทั้งแผ่นดิน

สงกรานต์ที่เงียบเหงา เมื่อค่าน้ำมันพรากโอกาสกลับบ้าน

เพียงระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ราคาน้ำมันดีเซลได้สร้างประวัติศาสตร์ที่ทำเอาคนไทยช็อกทั้งประเทศ จากระดับ 29.94 บาท พุ่งทะยานไปแตะ 50.54 บาทต่อลิตร (ก่อนจะปรับลดลงมาเล็กน้อย) ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สถิติบนป้ายหน้าปั๊ม แต่คือ “ต้นทุนชีวิต” ที่บีบรัดทุกครอบครัว แผนการเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปกราบขอพรพ่อแม่ หรือทริปท่องเที่ยวพักผ่อนของใครหลายคนต้องถูกยกเลิกกลางคัน ความฝันที่จะได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวในวันหยุดยาวต้องขาดสะบั้นลง เพียงเพราะสู้ราคาค่าเดินทางไม่ไหว

แรงกระเพื่อมถึงหน้าวัด สะเทือนถึงกลุ่มเปราะบาง

วิกฤตของแพงไม่ได้หยุดอยู่แค่ในภาคเศรษฐกิจ แต่ลุกลามกัดกินไปถึงมิติทางสังคมและศาสนา กรณีที่สะเทือนใจที่สุดคือการที่ พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) แห่งวัดสวนแก้ว ต้องออกมาประกาศระงับการรับความช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบาง คนพิการ ผู้สูงวัย และเด็กชั่วคราว

สาเหตุหลักมาจากประชาชนงดการเดินทางและรัดเข็มขัด ทำให้ยอดเงินบริจาคลดลงอย่างน่าใจหาย ในขณะที่รายจ่ายของวัดเพื่อดูแล 1,500 ชีวิต กลับพุ่งสูงถึงเดือนละ 8-9 ล้านบาทตามต้นทุนสินค้าที่แพงขึ้น นี่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดว่า เมื่อคนชั้นกลางและคนหาเช้ากินค่ำเอาตัวไม่รอด กลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดในสังคมก็จะถูกตัดขาดจากฟางเส้นสุดท้ายเช่นกัน

พลังงานคือเส้นเลือดใหญ่ การ “ประหยัด” ไม่ใช่ทางออกเดียว

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักออกมาเรียกร้องให้ประชาชน “ปรับตัวและประหยัดพลังงาน” ทว่าในความเป็นจริง พลังงานคือเส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ เมื่อค่าน้ำมันแพง ค่าขนส่งและค่าไฟก็พุ่งตาม ดันให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขยับขึ้นทั้งกระดาน

การลอยตัวราคาพลังงานโดยขาดมาตรการรองรับที่มีประสิทธิภาพ แทบไม่ต่างอะไรกับการปล่อยให้ไฟไหม้บ้านแล้วตะโกนบอกให้คนในบ้านหาทางเอาตัวรอดกันเอง ประชาชนพร้อมที่จะปรับตัวและประหยัด แต่พวกเขาช่วยประคองสถานการณ์ได้เพียงปลายเหตุเท่านั้น การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างคือหน้าที่ของรัฐบาล

บทพิสูจน์รัฐบาล “อนุทิน 2” วิกฤตนี้ต้องการ “การลงมือทำ”

ในวันที่ประชาชนกำลังจะจมน้ำ รัฐบาลต้องยื่นมือเข้ามาช่วยทันที ไม่ใช่บอกให้รอแผนแม่บท รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยทีมเศรษฐกิจอย่าง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง และ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน จะต้องเร่งพิสูจน์ฝีมือ

คำว่า “กำลังพิจารณา” หรือ “อยู่ระหว่างเตรียมการ” ไม่เพียงพออีกต่อไป ประชาชนต้องการผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม รัฐต้องกล้าตัดสินใจงัดมาตรการฉุกเฉินออกมากดต้นทุนพลังงาน ดูแลกลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่มเปราะบางอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งสื่อสารความจริงอย่างตรงไปตรงมา

คนไทยไม่เคยกลัวความยากลำบาก และพร้อมที่จะลุกขึ้นสู้กับวิกฤตเสมอ แต่สิ่งที่พวกเขารอคอยคือ “ผู้นำ” ที่พร้อมจะยืนหยัดและต่อสู้ไปพร้อมกับพวกเขา พิสูจน์ให้เห็นว่าในภาวะที่ยากลำบากที่สุด รัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และจะไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดเพียงลำพัง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital