วิกฤติน้ำคือโอกาสธุรกิจ ทางรอดอาเซียนรับมือ “โลกร้อน” สู่การลงทุนที่ยั่งยืน ในปี พ.ศ. 2569 นี้ ถูกขนานนามว่าเป็น “ปีแห่งน้ำ” (Year of Water) ซึ่งเป็นการยกระดับประเด็นการจัดการน้ำจากเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมสู่การเป็นหัวใจหลักของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและโอกาสทางธุรกิจระดับพันล้าน
วิกฤติน้ำที่รุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อนสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาลต่อภูมิภาคอาเซียน โดยมีบทเรียนสำคัญจากพายุ “ติโน” และ “อูวัน” ในช่วงปลายปี 2568 ที่สร้างความเสียหายรวมกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 21,000 ล้านบาท) กระทบต่อระบบซัพพลายเชนและผลผลิตอย่างรุนแรง โดยเฉพาะประเทศไทยที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงด้านน้ำท่วมสูงที่สุดในโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ GDP อย่างรุนแรงหากไม่มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม วิกฤตินี้ถือเป็นโอกาสการลงทุนที่ยั่งยืน เนื่องจากปัจจุบันเงินทุนเพื่อการปรับตัว (Adaptation Finance) กว่า 90% มาจากภาครัฐ ในขณะที่ภาคเอกชนมีส่วนร่วมไม่ถึง 1% จึงถือเป็นช่องว่างมหาศาลสำหรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่:
การลงทุนในเทคโนโลยี AI เพื่อพยากรณ์น้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างแม่นยำ
การใช้ระบบน้ำหมุนเวียน (Circular Water) เพื่อลดการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติในอุตสาหกรรม
การพัฒนาโครงการที่ชัดเจน (Bankable Projects) เพื่อดึงดูดเงินทุนจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ
การจัดการเรื่องน้ำจึงไม่ใช่เพียงการทำ CSR อีกต่อไป แต่คือการปกป้องผลกำไรและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ธุรกิจที่เริ่มขยับตัวก่อนในปีนี้จะไม่เพียงแค่ “รอด” จากภัยพิบัติ แต่จะสามารถ “รุ่ง” ในฐานะผู้นำเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศ
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






