วิกฤตตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ: ทุนนิรนามเทขาย ดันยีลด์พุ่งสูงรอบ 19 ปี

/
/
/
วิกฤตตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ: ทุนนิรนามเทขาย ดันยีลด์พุ่งสูงรอบ 19 ปี

วิกฤตตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ: ทุนนิรนามเทขาย ดันยีลด์พุ่งสูงรอบ 19 ปี

วิกฤตตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ: ตลาดตราสารหนี้ของสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับความปั่นป่วนครั้งใหญ่ หลังจากเกิดกระแสการเทขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของพันธบัตรรัฐบาลล็อตมหาศาลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดการเงิน แต่ยังปลุกความกังวลเรื่อง เงินเฟ้อ และ ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นให้กลับมาอีกครั้ง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 19 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่นของนิวยอร์ก เมื่อมีการทำธุรกรรมล็อตใหญ่ในตลาดสัญญาฟิวเจอร์สอย่างดุเดือด ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง (9:38 น. – 10:40 น.) มีการกระหน่ำเทขายสัญญาฟิวเจอร์สพันธบัตรอายุ 10 ปี จำนวนมากถึง 136,500 หน่วย และพันธบัตรอายุ 5 ปี อีกจำนวน 83,000 หน่วย ซึ่งคิดเป็นปริมาณที่พุ่งทะลุเกินกว่าค่าเฉลี่ยปกติในช่วง 20 วันถึง 80% โดยเม็ดเงินที่ถูกเทขายออกมานั้นมีมูลค่าเทียบเท่ากับพันธบัตรอายุ 10 ปี สูงถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.4 แสนล้านบาท

เนื่องจากการทำธุรกรรมครั้งนี้เป็นแบบไม่เปิดเผยตัวตน จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าสถาบันการเงินใดคือผู้อยู่เบื้องหลัง แต่แรงกระเพื่อมนั้นส่งผลโดยตรงต่อตลาดตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีมูลค่ารวมกว่า 31 ล้านล้านดอลลาร์ โดยดันให้ บอนด์ยีลด์อายุ 30 ปี พุ่งไปแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 5.197% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 19 ปี นับจากเดือนกรกฎาคม 2007 ปรากฏการณ์นี้รุนแรงจน อลัน เทย์เลอร์ หุ้นส่วนผู้ก่อตั้ง Archr LLP ได้ให้ความเห็นว่าเป็น “วันแห่งการยอมจำนน” (Capitulation) ของตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เกิดจากการตื่นตระหนกและเทขายสินทรัพย์พร้อมกันของผู้เล่นรายใหญ่

ต้นตอสำคัญของแรงเทขายมหาศาลครั้งนี้ มาจากความกังวลของนักลงทุนว่า ภาวะเงินเฟ้อจะกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง โดยมีราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นตัวจุดชนวน สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนต้องเร่งรื้อแผนการลงทุนใหม่ทั้งหมด ข้อมูลจากตลาดซื้อขายล่วงหน้าชี้ให้เห็นว่า ขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงถึง 85% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ “เฟด” จะพิจารณา ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นการพลิกมุมมองจากเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ตลาดเคยมองว่าโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยนั้นแทบจะเป็นศูนย์

ท้ายที่สุด สภาวะบอนด์ยีลด์ที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง กำลังถูกมองว่าเป็น ภัยคุกคามต่อระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่เคยขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง นักวิเคราะห์ได้ออกมาเตือนว่าผลกระทบแบบลูกโซ่ที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ต้นทุนการกู้ยืมเงินทั่วประเทศจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงคือประชาชนที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน รวมไปถึงบริษัทเอกชนต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นจะต้องออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุนไปใช้ในการดำเนินกิจการ

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...