ยกระดับเศรษฐกิจฮาลาล: ในปัจจุบัน ตลาดสินค้าฮาลาลโลก หรือ Global Halal Economy กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและมีความสดใสเป็นอย่างมาก ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจทั่วโลก ข้อมูลจากสถาบันวิจัยด้านเศรษฐกิจโลกอิสลาม Salaam Gateway ระบุว่า ในปี 2567 ตลาดสินค้าฮาลาลของโลกมีมูลค่าสูงถึง 2.35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มครองแชมป์เป็นอันดับหนึ่งด้วยมูลค่า 1.38 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 58.7 ของตลาดฮาลาลโลก
นอกจากนี้ยังมีการประเมินว่า ภายในปี 2570 ตลาดสินค้าฮาลาลจะมีมูลค่าทะยานขึ้นเป็น 3.10 ล้านล้านดอลลาร์ หรือขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 9.7 ต่อปี ซึ่งการเติบโตอย่างมหาศาลนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งผลักดันและวางบทบาทของตนเองเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจฮาลาล อันจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ส่งผลดีต่อภาพรวมจีดีพีของประเทศ
เพื่อตอบรับเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลไทยได้เดินหน้าสานต่อและกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มีมาอย่างยาวนานเกือบ 50 ปีกับราชอาณาจักรบาห์เรน
โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมหารือกับเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรบาห์เรนประจำประเทศไทย เพื่อยกระดับความร่วมมือในหลายมิติที่สำคัญ
มิติที่โดดเด่นและเป็นรูปธรรมที่สุดคือ การพัฒนาเศรษฐกิจระดับพื้นที่และการเกษตร โดยประเทศไทยได้ผลักดัน โครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมจะนะ จังหวัดสงขลา ให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาล (Halal Hub) ของภูมิภาค เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทางเอกอัครราชทูตบาห์เรนได้แสดงความยินดีพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเพาะปลูกและสายพันธุ์ปศุสัตว์ เพื่อให้ชาวมุสลิมในพื้นที่สามารถผลิตวัตถุดิบคุณภาพสูงส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางได้โดยตรง
ในส่วนของ การคมนาคมและโลจิสติกส์ บาห์เรนได้นำเสนอความร่วมมือผ่านโครงการ “The Sea to Air Logistic Hub” ซึ่งเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากท่าเรือสู่สนามบินได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ บาห์เรนยังพร้อมเป็นประตูนำเข้าสินค้าไทยสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง
เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งใกล้เคียงกับซาอุดีอาระเบียและตลาดขนาดใหญ่อีกหลายประเทศ ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมของไทยยังเตรียมนโยบายจัดทำ “ตู้ละหมาดบนขบวนรถไฟ” ทางไกลสายใต้ โดยแยกสัดส่วนสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีอย่างชัดเจน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารชาวมุสลิม
อีกหนึ่งความร่วมมือที่โดดเด่นคือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) ซึ่งไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม โดยในปี 2568 มีชาวบาห์เรนเดินทางเข้ามารับบริการรักษาพยาบาลในประเทศไทยจำนวนกว่า 3 หมื่นคน
โดยสรุป ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและบาห์เรนนับเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้ไทยสามารถเข้าไปมีบทบาทนำใน Global Halal Economy ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ซึ่งปัจจุบันภาคเอกชนของไทยกำลังร่วมมือกันอย่างแข็งขันเพื่อขับเคลื่อนภารกิจนี้ให้บรรลุเป้าหมายโดยเร็ว
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






