น้ำมันโลกส่อขาลง: สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปัจจุบันกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด
โดยมีสาเหตุหลักมาจากสองปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก ได้แก่ สถานการณ์การขนส่งในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงเปิดดำเนินการได้อย่างราบรื่น และ การส่งสัญญาณปรับเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+
ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิด ภาวะน้ำมันล้นตลาด ในอนาคตอันใกล้
ปัจจัยแรกที่ส่งผลกระทบโดยตรงคือ ความผ่อนคลายของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งการขนส่งน้ำมันและก๊าซในเส้นทางคุ้มครองของสหรัฐอเมริกายังคงสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว
แม้ว่าก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน จะมีรายงานเหตุการณ์ที่กลุ่มเรือขนส่งพลังงานบางส่วนได้ตัดสินใจกลับลำและเปลี่ยนเส้นทางอย่างกะทันหันก็ตาม การฟื้นตัวดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ รัฐบาลวอชิงตันและรัฐบาลเตหะราน สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวร่วมกันได้สำเร็จ
ซึ่งช่วยเปิดทางให้การจราจรทางน้ำกลับมาดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ดิ่งลงไปแล้วถึง 30% ในช่วงไตรมาสที่สอง ที่ผ่านมา
ปัจจัยที่สองที่เข้ามาซ้ำเติมสถานการณ์คือการเปลี่ยนทิศทางนโยบายของกลุ่ม OPEC+ โดย 7 ประเทศผู้นำ ซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการ ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันขึ้นอีก 188,000 บาร์เรลต่อวันสำหรับเดือนถัดไป
การตัดสินใจในครั้งนี้ถือเป็นการ สิ้นสุดมาตรการปรับลดกำลังการผลิต ที่เคยใช้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้มีอุปทานไหลเข้าสู่ตลาดโลกมากยิ่งขึ้น
ผลกระทบจากทั้งสองปัจจัยได้สะท้อนผ่านตัวเลขราคาซื้อขายในตลาด โดย ราคาน้ำมันดิบ Brent ได้ปรับตัวร่วงลงไปอยู่ต่ำกว่าระดับ 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เคลื่อนไหวลดลงมาอยู่ใกล้ระดับ 69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
จากข้อมูลล่าสุดในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม น้ำมันดิบ Brent สำหรับการส่งมอบเดือนกันยายนลดลง 0.3% มาอยู่ที่ 71.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ส่งมอบเดือนสิงหาคมลดลง 0.3% มาอยู่ที่ 68.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ยิ่งไปกว่านั้น สัญญาณทางเทคนิคบ่งชี้ชัดเจนว่า ปริมาณผลผลิตในตลาดกำลังมีมากกว่าความต้องการซื้อ โดยโครงสร้างส่วนต่างราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของน้ำมันดิบอ้างอิงหลักอย่าง Brent และ Dubai ได้ พลิกกลับเข้าสู่ภาวะ “Contango” หรือภาวะตลาดหมี (ราคาสัญญาส่งมอบทันทีมีราคาต่ำกว่าสัญญาส่งมอบในระยะถัดไป) และน้ำมันดิบหลายเกรดในตลาดซื้อขายจริงยังมีราคาซื้อขายที่ถูกกว่าราคาอ้างอิงหลัก
ด้วยเหตุปัจจัยทั้งหมด สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ในวอลล์สตรีท โดยเฉพาะ Citigroup Inc จึงได้คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบยังมีโอกาสที่จะทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่อง และอาจร่วงลงไปแตะระดับ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ภายในสิ้นปีนี้
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






