จากตลาดผู้ซื้อ สู่ฐานการผลิตร่วมไทยเปิดยุทธศาสตร์ใหม่

/
/
/
จากตลาดผู้ซื้อ สู่ฐานการผลิตร่วมไทยเปิดยุทธศาสตร์ใหม่

จากตลาดผู้ซื้อ สู่ฐานการผลิตร่วมไทยเปิดยุทธศาสตร์ใหม่

จากตลาดผู้ซื้อ: ท่ามกลางความท้าทายจากกระแสทุนและสินค้าจีนที่ทะลักเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าเรื้อรังและต้องเผชิญกับปัญหาสินค้าทุ่มตลาด นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เสนอยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อพลิกวิกฤตเศรษฐกิจนี้ให้เป็นโอกาส 

โดยมุ่งเป้าเปลี่ยนผ่านความสัมพันธ์ทางการค้าจากเดิมที่เป็นเพียง “การซื้อมาขายไป” หรือการปล่อยให้ไทยเป็นเพียงตลาดรองรับสินค้า ให้ก้าวสู่การสร้างความร่วมมือแบบพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ผ่านโมเดลที่เรียกว่า “Co-Creation”

หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ Co-Creation คือการดึงดูดนักลงทุนจากจีนให้เข้ามาสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในอุตสาหกรรมหลักของไทย โดยมีการกำหนดเงื่อนไขสำคัญเพื่อปกป้องและส่งเสริมผลประโยชน์ของประเทศ ประการแรก โครงสร้างการลงทุนจะต้องเป็นรูปแบบการร่วมทุนที่ฝ่ายพันธมิตรไทยถือหุ้นข้างมาก 

เพื่อให้คนไทยมีอำนาจในการตัดสินใจทิศทางธุรกิจและได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุน ประการที่สอง ธุรกิจจะต้องเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและสินค้าจากผู้ประกอบการภายในประเทศ (Local Content) ในกระบวนการผลิต เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบราคาถูกจากจีนและกระตุ้นการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในท้องถิ่น และประการสุดท้าย จีนจะต้องมีพันธสัญญาในการถ่ายทอดเทคโนโลยีตลอดจนนวัตกรรมการผลิตให้แก่บุคลากรไทย เพื่อช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์มาสู่การลงทุนผลิตร่วมกันนี้ ไม่ได้ตอบโจทย์แค่เพียงการบรรเทาปัญหาการขาดดุลการค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้า (Circumvention) เพราะการใช้วัตถุดิบและการผลิตจริงในประเทศจะช่วยเป็นข้อพิสูจน์ยืนยันถึงถิ่นกำเนิดของสินค้าในไทยได้อย่างโปร่งใส ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะป้องกันข้อกล่าวหาทางการค้าจากประเทศที่สาม โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่กำลังเพ่งเล็งประเด็นการนำสินค้าจีนมาประกอบในไทยเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี

นอกเหนือจากการทำงานร่วมกับนักลงทุนจีนแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกบนเวทีโลก โดยได้นำเทคโนโลยี AI มาช่วยรวบรวมฐานข้อมูลการเจรจาจากทูตพาณิชย์ 58 แห่งทั่วโลก เพื่อให้การเจรจาการค้ามีความรวดเร็วและเท่าทันสถานการณ์ที่ผันผวน 

รัฐบาลยังเตรียมเข้าเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อชี้แจงประเด็นกำแพงภาษีตามมาตรา 301 และ 122 โดยนำหลักฐานที่ยืนยันว่าสินค้าส่งออกหลักของไทยมีสัดส่วนการผลิตในประเทศสูงถึง 70-90% ไปนำเสนอ พร้อมชงรายชื่อ 6 กลุ่มสินค้าที่ควรได้รับการยกเว้นภาษี เช่น ข้าวหอมมะลิ ควบคู่ไปกับการเร่งเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป และมุ่งเปิดตลาดในตะวันออกกลางผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับการส่งออกและกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในอนาคต

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital 

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...