คลื่นทุนจีนบุกไทย เมื่อสงครามการค้าดันไทยขึ้นแท่นฐานผลิตใหม่ของจีน

/
/
/
คลื่นทุนจีนบุกไทย เมื่อสงครามการค้าดันไทยขึ้นแท่นฐานผลิตใหม่ของจีน

คลื่นทุนจีนบุกไทย: ในอดีต ภาพจำของชาวจีนในประเทศไทยมักผูกติดกับกลุ่มนักท่องเที่ยวและรถบัสทัวร์ แต่ปัจจุบันความสัมพันธ์นี้ได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ 

แหล่งข้อมูลระบุว่า “ทุนจีน” ได้ยกระดับจากการมาเยือนชั่วคราวสู่การ “ปักหลัก” เพื่อการลงทุนและทำธุรกิจในฐานะบ้านหลังที่สองอย่างเต็มตัว การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบวงกว้างต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย

ปัจจัยผลักดันการย้ายฐานการผลิต แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้บริษัทจีนต้องย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยคือ สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ การตั้งกำแพงภาษีที่สูงขึ้นทำให้ไทยกลายเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการหลีกเลี่ยงต้นทุนภาษี 

ข้อมูลจาก BOI ในปี 2568 เผยให้เห็นว่า แม้เม็ดเงินลงทุนรวมของจีนอาจอยู่อันดับ 3 รองจากสิงคโปร์และฮ่องกง แต่ในแง่ของ “จำนวนโครงการ” จีนกลับพุ่งสูงถึง 984 โครงการ ซึ่งทิ้งห่างสิงคโปร์ที่มีเพียง 425 โครงการอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่ามีผู้ประกอบการรายย่อยและรายกลางจากจีนตบเท้าเข้ามาทำธุรกิจในไทยเพิ่มขึ้นมหาศาล

การเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานและที่อยู่อาศัย สิ่งที่น่าจับตามองคือการที่ชาวจีนเข้ามามีบทบาทในตลาดแรงงานไทยแซงหน้าแชมป์เก่าอย่างญี่ปุ่น โดยข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 พบว่าชาวจีนได้รับใบอนุญาตทำงานสูงถึง 56,202 คน ซึ่งมากกว่าชาวญี่ปุ่นที่ลดลงเหลือ 21,536 คนกว่าเท่าตัว 

การเพิ่มขึ้นของบุคลากรเหล่านี้ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่สำนักงานและที่อยู่อาศัยขยายตัวออกจากโซนเดิมอย่างรัชดา-พระราม 9 ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ นักลงทุนจีนยังมองอสังหาริมทรัพย์ไทยเป็น “เครื่องจักรปั๊มค่าเช่า” เนื่องจากไทยให้ผลตอบแทนจากการเช่าเฉลี่ยสูงถึง 5.5-8% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าในประเทศจีนที่ให้ผลตอบแทนเพียง 2.66% เกือบเท่าตัว ปัจจัยด้านความคุ้มค่านี้ทำให้นักลงทุนจีนยังคงให้ความสนใจไทยเป็นอันดับต้น ๆ แม้สภาวะเศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวน

โอกาสและความท้าทายในอนาคต แม้การเข้ามาของทุนจีนจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในมิติของนิคมอุตสาหกรรม คลังสินค้า และอสังหาริมทรัพย์ แต่ก็มาพร้อมความท้าทายด้านกฎหมาย รัฐบาลไทยจำเป็นต้องกำกับดูแลให้มีการลงทุนและจ้างงานจริง

รวมถึงป้องกันการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายในลักษณะนอมินีหรือธุรกิจผิดประเภท หากบริหารจัดการได้ดี ประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นทางเลือกสำคัญของเอเชียและเป็นบ้านหลังใหม่ของทุนจีนอย่างยั่งยืน

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital