ก้าวสำคัญของไทย: ยุทธศาสตร์ ดีเซล B20 กู้วิกฤติพลังงานฟื้นฟูเศรษฐกิจ

/
/
/
ก้าวสำคัญของไทย: ยุทธศาสตร์ ดีเซล B20 กู้วิกฤติพลังงานฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ก้าวสำคัญของไทย: วิกฤติความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการบริโภคสูงถึง 103 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและรับมือกับสถานการณ์นี้ ภาครัฐและเอกชน 4 ฝ่ายหลักของไทย นำโดยกรมธุรกิจพลังงาน 

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และกลุ่มผู้ค้าน้ำมัน ได้ร่วมมือกันผลักดัน “ยุทธศาสตร์น้ำมันดีเซล B20” ให้เป็นวาระสำคัญ ทางกรมธุรกิจพลังงานได้ยืนยันความพร้อมในการบริหารจัดการความเสี่ยง 

โดยระบุว่าประเทศไทยมีการสำรองน้ำมันที่เพียงพอต่อการใช้งานไม่น้อยกว่า 100 วัน แม้ในกรณีที่เกิดสงครามเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งได้กำชับให้โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งเดินหน้าผลิตอย่างเต็มกำลังเพื่อป้องกันภาวะขาดแคลน

การขับเคลื่อนนโยบายน้ำมันดีเซล B20 ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังส่งผลดีต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในหลากหลายมิติ ประการแรก น้ำมัน B20 มีราคาจำหน่ายที่ถูกกว่าน้ำมันดีเซลพื้นฐานถึง 7 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนของภาคการขนส่งและบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนผู้บริโภคได้อย่างเป็นรูปธรรม 

ประการต่อมา หากประเทศไทยสามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้งานไบโอดีเซลในภาพรวมได้ถึงระดับ 40-50% จะช่วยลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศจากการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงได้มหาศาลถึง 72,000 ล้านบาทต่อปี โดยเม็ดเงินจำนวนนี้จะถูกหมุนเวียนกลับไปสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มภายในประเทศ

สำหรับความกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับผลกระทบต่อยานยนต์ สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งประกอบด้วยค่ายรถยนต์ 13 แบรนด์ชั้นนำ ได้ร่วมกันออกมายืนยันว่า ปัจจุบันมีรถยนต์ในตลาดถึง 1,135 รุ่น ที่สามารถรองรับการใช้งานน้ำมัน B20 ได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ และผู้ขับขี่จะยังคงได้รับความคุ้มครองภายใต้เงื่อนไขการรับประกันของผู้ผลิตเช่นเดิม

ในขณะเดียวกัน ด้านวัตถุดิบก็มีความมั่นคงสูง โดย พพ. ประเมินว่าไทยมีปริมาณน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือสำหรับการใช้ในภาคพลังงานประมาณ 1.49 ล้านตันต่อปี ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการนำมาผลิตเป็น B20 ที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1.23 ล้านตันต่อปี

เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับความต้องการใช้งานที่กำลังเพิ่มขึ้น กลุ่มผู้ค้าน้ำมันทั้ง 8 แบรนด์หลักได้เร่งขยายจุดจำหน่าย ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันที่จำหน่าย B20 มากกว่า 600 แห่งทั่วประเทศ และมีเป้าหมายเร่งขยายให้ครบ 1,000 แห่งภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน ยิ่งไปกว่านั้น น้ำมัน B20 ยังตอบโจทย์ทิศทางพลังงานสะอาดของโลก 

เพราะมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและฝุ่นละออง PM 2.5 ภาครัฐยังได้ส่งหน่วย Mobile Lab ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำมันอย่างเข้มงวดให้ได้ตามมาตรฐานยูโร (Euro Standard) ควบคู่ไปกับการศึกษาเรื่องการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ (Strategic Oil Reserve) เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital