เศรษฐกิจโตต่ำ: ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจไทยที่ถูกประเมินว่าจะขยายตัวเพียงร้อยละ 1.7 ถึง 2.7 ในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งถือเป็นระดับการเติบโตที่ไม่เพียงพอต่อการนำพาประเทศให้หลุดพ้นจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งในด้านผลิตภาพ ต้นทุนพลังงาน และความสามารถในการแข่งขัน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
นำโดยนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. ได้เน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินว่ามากหรือน้อย แต่อยู่ที่ความสามารถในการนำงบประมาณไป “ปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ” ของประเทศได้อย่างแท้จริง
เมื่อพิจารณาภาพรวมงบประมาณปี 2570 จะพบว่าพื้นที่ทางการคลังของรัฐบาลแคบลงอย่างชัดเจน โดยวงเงินงบประมาณอยู่ที่ประมาณ 3.788 ล้านล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2) ในขณะที่ประมาณการรายได้สุทธิมีเพียง 3.0 ล้านล้านบาท
ส่งผลให้รัฐบาลต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลสูงถึง 788,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.8 ของ GDP สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ สัดส่วนของรายจ่ายประจำที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 73.6 ของงบประมาณทั้งหมด ขณะที่รายจ่ายเพื่อการลงทุนกลับลดลงร้อยละ 8.4 เหลือสัดส่วนเพียงร้อยละ 20.8 เท่านั้น
ตัวเลขนี้สะท้อนว่ารัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด และหลีกเลี่ยงการใช้จ่ายเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบรายเรื่อง
ส.อ.ท. เสนอให้รัฐบาลใช้เม็ดเงินงบประมาณเป็นเครื่องมือสำหรับการปรับโครงสร้างระยะยาว โดยมุ่งเน้นที่การ “ลงทุนเพื่ออนาคต” ในโครงการที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถของประเทศ ตัวอย่างที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และระบบดิจิทัล, การยกระดับทักษะแรงงานสมัยใหม่, การสนับสนุนให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการดำเนินงาน รวมถึงการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและการสร้างนวัตกรรมเพื่อเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก
เพื่อขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างนี้ให้เกิดขึ้นจริง ส.อ.ท. ได้เสนอ 5 แนวทางสำคัญด้านการคลังเพื่อให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ ดังนี้
- จัดสรรงบประมาณโดยยึดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจเป็นหลัก มุ่งเป้าไปที่โครงการที่สามารถวัดผลได้ชัดเจนว่าช่วยเพิ่มการจ้างงานหรือลดต้นทุนให้ภาคธุรกิจ โดยไม่กระจายงบจนขาดจุดเน้น
- เพิ่มรายได้รัฐด้วยการขยายฐานเศรษฐกิจ ดึงธุรกิจเข้าสู่ระบบภาษีอย่างเป็นธรรม ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอุดรอยรั่วไหล และส่งเสริมอุตสาหกรรมมูลค่าสูง แทนการเร่งขึ้นภาษีที่จะไปซ้ำเติมต้นทุนภาคการผลิต
- สร้างระบบติดตามและประเมินผลแบบเปิดเผย กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน และเปิดข้อมูลให้ประชาชนและภาคเอกชนสามารถตรวจสอบได้
- เปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคเอกชนมีส่วนร่วม เพื่อให้งบประมาณ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แรงงาน และการพัฒนา SMEs ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของพื้นที่
- ลดรายจ่ายประจำผ่านการปฏิรูประบบราชการสู่รัฐบาลดิจิทัล มุ่งลดความซ้ำซ้อนของงานเอกสารและขั้นตอนการอนุมัติ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของภาครัฐและต้นทุนแฝงของภาคเอกชนไปพร้อมกัน
ในสภาวะที่งบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด เงินทุกบาทของภาครัฐจะต้องทำหน้าที่เป็นมากกว่าการใช้จ่ายทั่วไป แต่ต้องเป็นการลงทุนที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของประเทศ หากการใช้งบประมาณปี 2570 สามารถดำเนินการด้วยความโปร่งใส ลดความซ้ำซ้อน และมุ่งเป้าไปที่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างจริงจังตามข้อเสนอแนะนี้ ก็จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยมีฐานการเติบโตที่แข็งแรงในระยะยาว
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






