เยนอ่อนสุดรอบ 40 ปี เขย่าเศรษฐกิจญี่ปุ่น จับตารัฐแทรกแซงค่าเงิน

/
/
/
เยนอ่อนสุดรอบ 40 ปี เขย่าเศรษฐกิจญี่ปุ่น จับตารัฐแทรกแซงค่าเงิน

เยนอ่อนสุดรอบ 40 ปี เขย่าเศรษฐกิจญี่ปุ่น จับตารัฐแทรกแซงค่าเงิน

เยนอ่อนสุดรอบ 40 ปี: สถานการณ์ค่าเงินเยนของประเทศญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งประวัติศาสตร์ โดยล่าสุด เงินเยนได้ร่วงลงสู่ระดับที่อ่อนค่าที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในรอบ 4 ทศวรรษ โดยลงไปแตะที่ระดับ 161.98 เยนต่อดอลลาร์ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์ก 

ซึ่งเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2529 การทรุดตัวอย่างรุนแรงนี้ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นตระหนกในตลาดทุน แต่ยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเสถียรภาพของรัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ อีกด้วย

การอ่อนค่าของเงินเยนในปัจจุบันเปรียบเสมือนดาบสองคมที่มีทั้งผู้ที่ได้รับผลประโยชน์และผู้ที่เสียผลประโยชน์ ในมุมหนึ่ง ภาคธุรกิจส่งออกของญี่ปุ่นได้รับอานิสงส์อย่างมหาศาลจากผลกำไรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยผลักดันให้ตลาดหุ้นของประเทศพุ่งทะยานสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor Corp) ที่ประเมินว่า หากเงินเยนอ่อนค่าลงทุกๆ 1 เยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ จะช่วยเพิ่มกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทได้มากถึง 5 หมื่นล้านเยน 

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ประชาชนผู้บริโภคกำลังเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ต้องชำระเป็นเงินดอลลาร์มีราคาแพงขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่ทำให้ราคาสินค้าตั้งแต่อาหารไปจนถึงค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

แม้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะพยายามแก้ปัญหาด้วยการยุติโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ และเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2538 แต่สถานการณ์ของเงินเยนก็ยังไม่ฟื้นตัว ปัจจัยหลักที่กดดันค่าเงินคือ ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาที่ยังคงห่างกันมาก

โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังคงมีท่าทีในการตรึงดอกเบี้ยในระดับสูง ทำให้นักลงทุนเทขายเงินเยนเพื่อไปซื้อสินทรัพย์ในต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า นอกจากนี้ ปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ เช่น สังคมผู้สูงอายุและจำนวนประชากรที่ลดลง รวมถึงปัญหาหนี้สาธารณะที่สูงลิ่ว ยังเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อย่างเต็มที่

ทางการญี่ปุ่นไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์นี้ ที่ผ่านมามีการใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลถึง 11.73 ล้านล้านเยน (ราว 7.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเข้าแทรกแซงตลาดในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการแทรกแซงเป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราวเท่านั้นหากยังไม่มีการจัดการเรื่องส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ด้าน ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวย้ำว่ารัฐบาลพร้อมดำเนิน “มาตรการที่เด็ดขาด” เพื่อสกัดกั้นการเก็งกำไรในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา

ในขณะนี้ ทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลญี่ปุ่นว่าจะมีการเข้าแทรกแซงตลาดอีกครั้งหรือไม่และเมื่อใด โดยนักกลยุทธ์จากบลูมเบิร์กประเมินว่า บริเวณ 164–165 เยนต่อดอลลาร์ จะเป็นโซนราคาสำคัญที่นักลงทุนคาดหวังให้ทางการญี่ปุ่นเข้ามาแทรกแซงด้วยการเข้าซื้อเงินเยน เพื่อยับยั้งไม่ให้วิกฤตค่าเงินลุกลามไปมากกว่านี้

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...