เงินเฟ้อไทยเริ่มชะลอ: สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงกลางปี 2569 เริ่มเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เมื่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมิถุนายนขยายตัวที่ร้อยละ 2.42 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แต่เริ่มมีทิศทางที่ชะลอตัวลง
ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในช่วง 6 เดือนแรกของปี (ม.ค.-มิ.ย.) อยู่ที่ร้อยละ 1.08 โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ และราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้น
แม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่าง นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ สนค. ประเมินว่าเงินเฟ้อไทยได้ ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
เนื่องจากแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตเริ่มคลี่คลายลง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทยอยลดลงจากที่เคยพุ่งสูงถึง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลงมาอยู่ที่ประมาณ 70-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปัจจุบัน หลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มบรรเทาลงและการเปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบและลดต้นทุนค่าขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลและส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรงคือภาวะ “ค่าครองชีพสูงถาวร” แม้ต้นทุนการผลิตบางส่วนจะลดลง แต่ราคาอาหารสำเร็จรูปกลับปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างและมีแนวโน้มไม่ปรับลดลงตามต้นทุน
จากการสำรวจอาหารจานเดียว 7 เมนูยอดนิยม (เช่น ข้าวกะเพรา ข้าวมันไก่ ส้มตำ) จำนวน 1,535 รายการ พบว่ามีการปรับราคาเพิ่มขึ้นถึง 438 รายการ หรือคิดเป็นร้อยละ 28.53 โดยส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้น 5-10 บาทต่อจาน สะท้อนให้เห็นว่าภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชนจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป
ในด้านนโยบายการเงิน คาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1 ไปจนถึงสิ้นปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่เต็มศักยภาพ ซึ่งเป็นทิศทางที่สวนทางกับธนาคารกลางส่วนใหญ่ทั่วโลก เช่น เฟด (Fed) หรือธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปจนถึงปี 2028 เนื่องจากยังมีความกังวลเรื่องความผันผวนของเงินเฟ้อที่หลงเหลือมาจากวิกฤตพลังงาน
สำหรับแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี 2569 กระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายเงินเฟ้อทั้งปีไว้ที่ร้อยละ 1.5 – 2.5 (ค่ากลางร้อยละ 2.0) โดยในไตรมาสที่ 3 คาดว่าเงินเฟ้อจะยังคงเป็นบวกต่อเนื่องที่ร้อยละ 2.79 ซึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลก และผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจส่งผลต่อราคาพืชผลทางการเกษตร
แม้ไทยจะพ้นจากจุดวิกฤตของต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงไปแล้ว แต่ผลกระทบที่หลงเหลืออยู่คือระดับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นไปแล้วและยากจะลดกลับมาที่เดิม ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลในการดูแลค่าครองชีพของประชาชนในระยะยาว
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






