อสังหาฯ ไทยไม่รอคนซื้อแล้ว: ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทยได้แข่งขันกันเปิดโครงการใหม่และสะสมที่ดินอย่างต่อเนื่อง แต่ในปัจจุบัน ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อที่หดหายไป ส่งผลให้สิ่งที่เคยถูกบันทึกเป็น “สินทรัพย์” ในงบดุล กำลังกลายสภาพเป็น “ภาระ” ที่สร้างต้นทุนทางการเงินอย่างหนักหน่วง
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยในไตรมาสแรกของปี 2569 สะท้อนภาพนี้อย่างชัดเจน โดยระบุว่าประเทศไทยมีที่อยู่อาศัยรอขายสะสมสูงถึง 590,000 หน่วย ซึ่งเพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนหน้า และคาดว่าจะพุ่งสูงแตะระดับ 610,000 หน่วยภายในสิ้นปีนี้
ปัญหาสต็อกล้นตลาดยังถูกซ้ำเติมด้วยอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ของสถาบันการเงินที่พุ่งสูงเกินกว่า 50% ทำให้กลยุทธ์เดิมที่เน้นการทำโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมเพื่อกระตุ้นยอดขายแบบรายย่อย ไม่สามารถระบายสินค้าได้ทันกับภาระต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการจึงต้องปรับเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ สู่กลยุทธ์การขายแบบ “บิ๊กล็อต” (Big Lot Deal) โดยเน้นการขายเหมายกชั้นหรือยกอาคารให้กับนักลงทุนและเอเจนต์ที่มีเครือข่ายลูกค้าชาวต่างชาติ สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ประกอบการยอมเฉือนเนื้อ หั่นราคาขายลงสูงสุดถึง 20-30%
เพื่อดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่และแลกกับกระแสเงินสดก้อนใหญ่ในทันที การได้เงินสดมาหมุนเวียน ชำระหนี้ หรือนำไปลงทุนต่อ ถือเป็นทางรอดที่รวดเร็วกว่าการระดมทุนในตลาดหุ้นกู้ที่ยังคงมีความเปราะบาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการยอมแลก “กำไร” เพื่อรักษา “สภาพคล่อง” ไว้
แม้ตลาดในประเทศจะซบเซา แต่ กลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ยังคงเป็นความหวังและกำลังหลักในการซื้อคอนโดมิเนียมของไทย สอดคล้องกับการปรับตัวของผู้ประกอบการที่หันมาเปิดตัวโครงการใหม่น้อยลง
โดยในครึ่งแรกของปี 2569 มีคอนโดเปิดใหม่เพียง 9,501 ยูนิต แต่เลือกเจาะทำเลใจกลางเมืองและแนวรถไฟฟ้าเพื่อตอบโจทย์ผู้มีกำลังซื้อสูง ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทำสถิติสูงสุดหลังยุคโควิดที่ 150,420 บาท
ในท้ายที่สุด ภาพสะท้อนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการก้าวเข้าสู่ยุคที่ “เงินสดคือพระเจ้า” (Cash is King) อย่างแท้จริง ท่ามกลางวิกฤติที่กำลังซื้อในประเทศยังฟื้นตัวช้าและสินเชื่อเข้าถึงได้ยาก
เกมการแข่งขันในรอบนี้จึงไม่ได้วัดกันที่ว่า “ใครสามารถขายได้แพงและกำไรสูงสุด” แต่วัดกันที่ว่า “ใครสามารถเปลี่ยนสต็อกสินค้าให้กลายเป็นกระแสเงินสดได้รวดเร็วที่สุด” เพื่อรักษาลมหายใจของธุรกิจให้ผ่านพ้นวัฏจักรนี้ไปได้
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






