ส่งออกญี่ปุ่นพุ่งแรงสุดรอบ 3 ปี รับอานิสงส์ AI แม้เผชิญเงินเฟ้อ

/
/
/
ส่งออกญี่ปุ่นพุ่งแรงสุดรอบ 3 ปี รับอานิสงส์ AI แม้เผชิญเงินเฟ้อ

ส่งออกญี่ปุ่นพุ่งแรงสุดรอบ 3 ปี รับอานิสงส์ AI แม้เผชิญเงินเฟ้อ

ส่งออกญี่ปุ่นพุ่งแรงสุด: ภาคการส่งออกซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่น ได้สร้างปรากฏการณ์เชิงบวกอีกครั้งในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 17% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่รวดเร็วและพุ่งแรงที่สุดในรอบ 3 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 

ตัวเลขที่น่าประทับใจนี้ไม่เพียงแต่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ประเมินไว้ระดับ 16.2% เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงโมเมนตัมที่เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับอัตรา 14.8% ในเดือนเมษายน

หากเจาะลึกถึงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสถิติใหม่นี้ จะพบว่ามาจากความต้องการที่แข็งแกร่งอย่างมากในกลุ่มสินค้าเซมิคอนดักเตอร์และยานยนต์ โดยสินค้าประเภทชิปมีอัตราการส่งออกที่พุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดดถึง 61.2% ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกที่กำลังทวีความสำคัญ 

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมหลักอย่างกลุ่มรถยนต์ก็ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 16.4% เมื่อพิจารณาในส่วนของตลาดปลายทาง ประเทศจีนยังคงครองตำแหน่งคู่ค้าอันดับหนึ่ง ด้วยยอดสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น 17.9% ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกาที่เป็นคู่ค้าอันดับสอง ซึ่งมียอดการส่งออกขยายตัว 12.5%

ถึงกระนั้น ภายใต้ความสำเร็จของยอดขาย ญี่ปุ่นก็ยังต้องรับมือกับปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ระดับโลก โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน วิกฤตการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดการส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางให้ทรุดตัวลงอย่างรุนแรงถึง 32% 

นอกจากนี้ยังกดดันให้การนำเข้าน้ำมันปิโตรเลียมของญี่ปุ่นลดลงไปถึง 28.5% อีกด้วย อย่างไรก็ดี ภาพรวมมูลค่าการนำเข้าในเดือนพฤษภาคมยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.5% (แม้จะน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 12.8%) แต่ก็นับเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่เดือนมกราคม 2025

การเติบโตของการส่งออกนี้ได้กลายมาเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในไตรมาสแรกขยายตัว 0.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเติบโตได้ 1.8% ต่อปี 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางตัวเลขการส่งออกที่สดใส ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กลับมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25 เบสิสพอยท์ ไปสู่ระดับ 1% ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี 

สาเหตุหลักมาจากความพยายามที่จะสกัดกั้นภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงแก้ปัญหาสถานการณ์ค่าเงินเยนที่อ่อนยวบลงอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปัจจุบันจึงเปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน แม้ว่าค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงจะช่วยสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขันและส่งเสริมภาคการส่งออกได้เป็นอย่างดี 

แต่ผลกระทบที่ตีกลับมายังภายในประเทศนั้นสร้างความกังวลใจไม่น้อย เพราะการอ่อนค่าของเงินเยนเป็นการเพิ่มต้นทุนราคาสินค้านำเข้าให้แพงขึ้นโดยปริยาย ซึ่งเข้าไปซ้ำเติมภาระเงินเฟ้อในประเทศ และส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนชาวญี่ปุ่นลดทอนลงไปในท้ายที่สุด

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...