วิกฤตเลิกจ้างยุค AI: โดมิโนเอฟเฟกต์ที่เขย่าเศรษฐกิจโลก

/
/
/
วิกฤตเลิกจ้างยุค AI: โดมิโนเอฟเฟกต์ที่เขย่าเศรษฐกิจโลก

วิกฤตเลิกจ้างยุค AI: โดมิโนเอฟเฟกต์ที่เขย่าเศรษฐกิจโลก

วิกฤตเลิกจ้างยุค AI: ปัจจุบัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ช่วย” ในการทำงานอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดคลื่นการปลดพนักงานทั่วโลก ข้อมูลระบุว่าในปี 2568 มีการเลิกจ้างงานที่เชื่อมโยงกับ AI กว่า 55,000 ตำแหน่ง 

และในปี 2569 เฉพาะภาคเทคโนโลยีในสหรัฐฯ มีการเลิกจ้างไปแล้วกว่า 1.5 แสนคน นำโดยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Meta, Oracle และ Cisco นอกจากนี้ กระแสดังกล่าวยังไม่ได้หยุดอยู่แค่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่ลุกลามไปยังธุรกิจอื่น ๆ เช่น บริษัทขนส่ง UPS ที่เตรียมลดพนักงานสะสมแตะ 78,000 ตำแหน่ง แบรนด์กีฬา Nike แบรนด์เครื่องสำอาง Estee Lauder และผู้ผลิตเบียร์ Heineken

การนำ AI มาแทนที่คนเพื่อลดต้นทุนนี้ ได้นำไปสู่สิ่งที่งานวิจัยเรียกว่า “กับดักการเลิกจ้างด้วยเอไอ” (The AI Layoff Trap)แม้ในมุมขององค์กร การลดพนักงานจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มหาศาลและเป็นการกระทำที่สมเหตุสมผล แต่ในระดับมหภาคนั้นสร้างผลกระทบรุนแรง เพราะเมื่อคนตกงานเป็นจำนวนมาก กำลังซื้อของผู้บริโภคในระบบเศรษฐกิจย่อมลดลงตามไปด้วย 

พนักงานที่สูญเสียรายได้เหล่านี้ แท้จริงแล้วก็คือกลุ่มผู้บริโภคในภาคส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ หรือการท่องเที่ยว ดังนั้น ความเสียหายจากการเลิกจ้างจึงกระจายตัวไปทำลายการเติบโตของธุรกิจอื่น ๆ ทั้งระบบ

คำถามสำคัญคือ ทำไมภาคธุรกิจยังคงเดินหน้าปลดคนอย่างต่อเนื่องแม้จะรู้ว่าส่งผลเสียต่อภาพรวม? คำตอบคือปรากฏการณ์ “การแข่งขันสู่หน้าผา” (Race to the Cliff) ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่บริษัทต่าง ๆ ถูกบีบด้วยแรงกดดันจากการแข่งขันให้ต้องเร่งใช้ AI เข้ามาแทนคนเพื่อไม่ให้เสียเปรียบคู่แข่งด้านต้นทุน

บริษัทที่เลือกเลิกจ้างจะได้รับผลประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลงอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ผลกระทบจากกำลังซื้อที่หายไปกลับถูกผลักเป็นภาระให้กระจายไปสู่เศรษฐกิจส่วนรวม ทำให้ทุกบริษัทเลือกใช้ AI เสมอ ไม่ว่าจะเกิดผลกระทบระยะยาวอย่างไรก็ตาม

เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างที่ไม่สมดุลนี้ นักวิจัยได้เสนอแนวทาง การจัดเก็บ “ภาษีการใช้ระบบอัตโนมัติ” (Automation Tax)โดยแนวคิดคือการให้รัฐเก็บภาษีจากบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่พนักงาน ในอัตราที่เทียบเท่ากับความเสียหายทางอ้อมที่บริษัทก่อขึ้นต่อระบบเศรษฐกิจ เพื่อนำรายได้จากภาษีส่วนนี้ไปสนับสนุนการฝึกทักษะใหม่ให้กับแรงงานและช่วยเหลือให้พวกเขากลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อีกครั้ง 

ท้ายที่สุดแล้ว การรับมือกับวิกฤตเทคโนโลยีครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเตรียมพร้อมเพื่อช่วยเหลือคนตกงาน แต่คือการตั้งคำถามและจัดการกับโครงสร้างการแข่งขันที่กระตุ้นให้ภาคธุรกิจใช้ AI เข้ามาแทนที่คนเร็วเกินกว่าที่ระบบเศรษฐกิจจะรองรับได้

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...