วิกฤตพลังงานไทย: สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย ผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดคือการหยุดชะงักของการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ
โดยมีเรือขนส่ง LNG เพียงไม่กี่ลำที่สามารถเดินทางมาถึงไทยได้ตามกำหนด ส่งผลให้ดัชนีราคาก๊าซในตลาดโลก (JKM) พุ่งสูงขึ้นถึง 25 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู จากระดับปกติที่ 9-10 ดอลลาร์
ต้นทุนค่าไฟฟ้า จึงตกอยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากโครงสร้างราคา Pool Gas ใหม่ที่เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 กำหนดให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอิงกับราคาเฉลี่ยของ LNG นำเข้าที่กำลังพุ่งสูง คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เสนอ 3 แนวทางในการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) สำหรับงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ดังนี้:
1. กรณีสะท้อนต้นทุนจริง: รวมการชำระหนี้คงค้างให้ กฟผ. 36,000 ล้านบาท จะทำให้ค่าไฟพุ่งสูงถึง 4.59 บาทต่อหน่วย
2. กรณีไม่ชำระหนี้ กฟผ.: ค่าไฟจะอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย
3. กรณีใช้เงินเรียกคืน (Claw Back): โดยการนำเงิน 9,400 ล้านบาทจาก 3 การไฟฟ้ามาช่วยอุดหนุน เพื่อตรึงค่าไฟไว้ที่ประมาณ 3.95 บาทต่อหน่วย
แม้รัฐบาลพยายามจะใช้กลไกต่าง ๆ เพื่อบรรเทาภาระประชาชน แต่ความกังวลยังคงอยู่ที่ช่วงปลายปี 2569 ซึ่งค่าไฟอาจปรับตัว สูงเกิน 4 บาทต่อหน่วย หากสงครามยังยืดเยื้อและเข้าสู่ฤดูหนาวที่ความต้องการ LNG ในยุโรปเพิ่มสูงขึ้น
ในด้าน น้ำมันเชื้อเพลิง ประเทศไทยต้องเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันขายปลีกที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก ส่งผลให้สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดทุนสะสมกว่า 28,109 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีปัญหาการขาดแคลนน้ำมันดีเซลในบางพื้นที่
เนื่องจากปริมาณการใช้พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติจากวันละ 67 ล้านลิตร เป็นกว่า 84-100 ล้านลิตรต่อวัน รัฐบาลได้เร่งแก้ไขโดยการผ่อนผันเกณฑ์การสำรองน้ำมันเพื่อให้นำน้ำมันในสต๊อกออกมาจำหน่ายได้ทันที และบังคับให้ผู้ค้าต้องรายงานข้อมูลการผลิตและจำหน่ายทุกวันเพื่อความโปร่งใส
วิกฤตครั้งนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังส่งผลต่อ ขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ ที่ต้องแบกรับต้นทุนพลังงานที่ผันผวน การปรับตัวสู่การใช้พลังงานอย่างประหยัดและการหาแหล่งพลังงานสำรองที่มั่นคงจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการในระยะถัดไป
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






