ล้งจีนรุกหนัก อุตสาหกรรมผลไม้ไทยกำลังเผชิญกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ “ล้งจีน” หรือกลุ่มผู้รวบรวมผลไม้ที่มีนายทุนจากประเทศจีนหนุนหลัง ไม่ได้สวมบทบาทเป็นเพียงแค่ “ผู้รับซื้อ” อีกต่อไป แต่กำลังขยายอิทธิพลเข้าควบคุมห่วงโซ่อุปทานแบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นน้ำ (การปลูกในสวน) ไปจนถึงปลายน้ำ (ตลาดค้าปลีกในจีน) ส่งผลให้โครงสร้างตลาดผลไม้ไทยสั่นคลอน และอาจทำให้ผู้บริโภคชาวไทยต้องซื้อผลไม้ในราคาที่แพงขึ้น
4 ผลไม้เศรษฐกิจที่ตกอยู่ในกำมือทุนจีน
ล้งจีนรุกหนัก ปัจจุบัน ล้งจีนได้เข้าไปยึดครองพื้นที่และมีบทบาทสำคัญในผลไม้เศรษฐกิจหลัก 4 ชนิด ได้แก่
ทุเรียน (ยึดตลาดเบ็ดเสร็จ) : ทุนจีนเข้ามาควบคุมตั้งแต่การทำสัญญา “เหมาสวน” ล่วงหน้า นำแรงงานเข้ามาตัดผลผลิตเอง และใช้ระบบโลจิสติกส์ของกลุ่มทุนส่งตรงทะลุไปถึงตลาดค้าส่งในจีนโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางชาวไทย
มะพร้าวน้ำหอม (ขยายตัวรุกหนัก) : มีความเคลื่อนไหวที่น่ากังวลในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและนครปฐม เมื่อกลุ่มทุนจีนเริ่มใช้ “นอมินี” กว้านซื้อสวนมะพร้าว เพื่อผูกขาดการควบคุมทั้งด้านราคาและปริมาณการส่งออก
มังคุด (คุมเบ็ดเสร็จช่วงฤดูกาล) : ล้งจีนจะกระจายกำลังเข้าไปตั้งฐานในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ตามฤดูกาล เพื่อแย่งชิงผลผลิตเกรดพรีเมียมส่งออกเท่านั้น ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยของไทยสู้ราคาต้นทุนไม่ไหว
ลำไย (ฐานที่มั่นหลัก) : โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ล้งจีนได้ผูกขาดการควบคุมทั้งลำไยสดและลำไยอบแห้งมาเป็นเวลานาน จนมีอำนาจในการกำหนดราคากลางในพื้นที่ไปโดยปริยาย
จุดเปลี่ยนและวิกฤตที่รออยู่ในอนาคต (ปี 2569-2571)
สถานการณ์ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ผลไม้ไทยจะต้องเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่หลายระลอก ประการแรกคือ “สงครามราคาและคู่แข่ง” โดยเฉพาะการผงาดขึ้นมาของ “เวียดนาม” ที่ได้เปรียบไทยทั้งเรื่องต้นทุนการขนส่งที่ถูกกว่าและระยะเวลาเดินทางที่สั้นกว่า ทำให้ล้งจีนในไทยอาจใช้ข้ออ้างนี้ในการกดราคารับซื้อจากชาวสวนไทยเพื่อรักษาผลกำไร
ประการต่อมาคือ “การรุกคืบผ่านนอมินี” ล้งจีนเริ่มขยับจากการตั้งโรงคัดบรรจุ เข้าไปบริหารจัดการสวนผลไม้เองผ่านตัวแทนคนไทย ซึ่งอาจทำให้เกษตรกรไทยถูกลดบทบาทกลายเป็นเพียง “แรงงานรับจ้าง” ในสวนที่ตนเองเคยเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ “จีนยังเริ่มปลูกทุเรียนเองได้” ในมณฑลไห่หนานและกวางตุ้ง แม้คุณภาพจะยังสู้ไทยไม่ได้ แต่ก็ตอบโจทย์ตลาดเกรดทั่วไปได้ บีบให้ทุเรียนไทยต้องดิ้นรนไปเจาะตลาดระดับ Super Premium เท่านั้น
ซ้ำร้าย ทางการจีน (GACC) ยังใช้มาตรการ Zero Tolerance คุมเข้มเรื่องสารตกค้างและแมลงศัตรูพืช ซึ่งกลุ่มล้งจีนที่มีสายป่านยาวสามารถปรับตัวรับมือเครื่องมือราคาแพงได้สบาย แต่ผู้ค้ารายย่อยของไทยจะถูกบีบให้กระเด็นออกจากวงจรส่งออก
ทางรอดและการปรับตัวของอุตสาหกรรมผลไม้ไทย
เพื่อรับมือกับวิกฤตที่กำลังก่อตัว รัฐบาลและกรมการค้าภายในได้เตรียม “8 มาตรการบริหารผลไม้ปี 2569” เพื่อหาทางออก โดยเน้นไปที่การ “กระจายความเสี่ยง” เร่งเจรจาเปิดตลาดใหม่ๆ เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง เพื่อลดการพึ่งพาตลาดจีนที่ปัจจุบันไทยส่งออกทุเรียนไปจีนสูงถึง 96%
นอกจากนี้ ยังต้องเร่งยกระดับมาตรฐานการผลิต (GAP) ให้เข้มงวดเพื่อสร้างความแตกต่างด้านคุณภาพที่ลอกเลียนแบบไม่ได้ และที่สำคัญที่สุดคือต้อง “อัดฉีดความแข็งแกร่งให้ล้งไทย” ผ่านมาตรการทางภาษีและเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีแต้มต่อและสามารถยืนหยัดต่อสู้ในสนามการค้าที่ดุเดือดนี้ได้ต่อไป
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






