รัฐจับมือเอกชน: รัฐบาลไทยกำลังเดินหน้าขยายโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างเต็มกำลัง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือร่วมกับตัวแทนจากภาคเอกชนและหน่วยงานเศรษฐกิจที่เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.)
เพื่อกำหนดทิศทางในการดึงศักยภาพสูงสุดของประเทศออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ การหารือครั้งนี้ครอบคลุมความร่วมมือในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อรับฟังแนวคิดการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งหลังของปี การเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลาง (SMEs) สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและตลาดใหม่ๆ ตลอดจนการทำงานร่วมกับเอกชนเพื่อวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเป็นระบบ เช่น การวางแผนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่
จากการเดินทางไปเยือนและพบปะกับภาคธุรกิจในหลายประเทศ รัฐบาลพบว่านักลงทุนต่างชาติยังคงให้ความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการลงทุนในประเทศไทยในระดับที่สูงมาก ทว่า สิ่งที่นักลงทุนต้องการให้ประเทศไทยเร่งปรับปรุงมากที่สุดในขณะนี้ กลับไม่ใช่เรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากประเทศไทยมีความพร้อมในด้านนี้อยู่แล้ว
แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างแท้จริงคือ “ความรวดเร็วในการอนุมัติ” การลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และการเพิ่มการอำนวยความสะดวกในรูปแบบบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว หรือ One Stop Service เพื่อตอบโจทย์ความต้องการนี้ รัฐบาลจึงเร่งดำเนินการปรับปรุงการอำนวยความสะดวก (Facilitation) ผ่านกลไกของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีนักลงทุนต่างชาติแสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าสูงถึงเกือบ 1 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างแม่เหล็กดึงดูดให้เม็ดเงินลงทุนเหล่านี้เข้ามาอย่างเป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึง “จุดแข็งสำคัญ 3 ด้าน” ที่ประเทศไทยต้องเร่งผลักดัน ได้แก่
- ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security)
- ระบบโลจิสติกส์ (Logistics)
- ความแข็งแกร่งของบริษัทไทยที่ออกไปลงทุนในต่างประเทศ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความมั่นคงทางอาหาร รัฐบาลมีมุมมองว่าในบริบทโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและความไม่แน่นอน ประเทศที่เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญจะมีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องยกระดับจุดแข็งด้านอาหารให้กลายเป็นจุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์หลักของประเทศ
โดยสรุปแล้ว ทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปจะมุ่งเน้นไปที่การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชนผ่านกลไก กรอ. เพื่อทลายข้อจำกัดด้านขั้นตอนที่ล่าช้า พร้อมกับเสริมสร้างจุดแข็งเดิมที่มีอยู่ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น การปรับตัวอย่างตรงจุดเพื่อตอบสนองต่อเสียงสะท้อนของนักลงทุนต่างชาตินี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจ และผลักดันให้เม็ดเงินลงทุนมหาศาลไหลเข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






