ปฏิวัติเกษตรไทยไร้ควัน เปลี่ยน “ตอซัง” เป็นรายได้ แก้ปม PM2.5

/
/
/
ปฏิวัติเกษตรไทยไร้ควัน เปลี่ยน “ตอซัง” เป็นรายได้ แก้ปม PM2.5

ปฏิวัติเกษตรไทยไร้ควัน เปลี่ยน “ตอซัง” เป็นรายได้ แก้ปม PM2.5

ปฏิวัติเกษตรไทยไร้ควัน: ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทยกลายเป็นวิกฤตซ้ำซากที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งข้อมูลจาก GISTDA ระบุชัดเจนว่าจุดความร้อนในพื้นที่เกษตรส่วนใหญ่มาจากนาข้าวสูงถึง 45%

แม้ภาครัฐจะพยายามรณรงค์หรือประกาศเขตห้ามเผา แต่ในความเป็นจริงเกษตรกรจำนวนมากยังคงเลือก “การเผา” เนื่องจากเป็นวิธีที่จัดการได้รวดเร็ว ง่าย และมีต้นทุนต่ำที่สุดในมุมมองของพวกเขา

เพื่อผ่าทางตันปัญหานี้ คณะนักวิจัยจาก 3 สถาบันได้ลงพื้นที่ทำงานวิจัยภาคสนามเพื่อค้นหาโมเดลการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน โดยเสนอให้เปลี่ยนนโยบายจากการ “ห้ามเผา” มาเป็นการสร้าง “ระบบจัดการเศษวัสดุการเกษตรแบบครบวงจร” ที่ทำให้การไม่เผาสะดวกและสร้างรายได้มากกว่า

กุญแจสำคัญ: บริการครบวงจรและความตระหนักรู้ งานวิจัยของ ดร.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ และคณะ พบข้อเท็จจริงว่าการให้เงินอุดหนุนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกรได้อย่างยั่งยืนหากสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย สิ่งที่เกษตรกรต้องการคือ “ผู้ให้บริการครบวงจร” (One-stop Service) เพื่อให้การเข้าถึงเครื่องจักรไถกลบเป็นเรื่องง่าย ไม่เป็นภาระ 

นอกจากนี้ “ข้อมูล” ยังเป็นพลังสำคัญ การให้ความรู้เรื่องผลกระทบของการเผาต่อสุขภาพของตัวเกษตรกรเองและคนในชุมชน จะช่วยสร้างความตระหนักให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างถาวรแม้จะไม่มีเงินอุดหนุนแล้วก็ตาม

จิตวิทยาเศรษฐศาสตร์: ‘ลอตเตอรี่ไม่เผา’ ในส่วนของแรงจูงใจ รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช ได้ทดลองใช้ “เงินรางวัลรูปแบบลอตเตอรี่” ซึ่งพบว่าสามารถลดการเผาได้มากที่สุด เนื่องจากช่วยเอาชนะข้อจำกัดทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมที่เรียกว่า “Present Bias” หรือการให้ความสำคัญกับต้นทุนที่ต้องจ่ายทันทีมากกว่าผลประโยชน์ในอนาคต 

การมีโอกาสลุ้นรางวัลก้อนใหญ่ช่วยสร้าง “ภาพจำ” ของผลประโยชน์ระยะสั้นให้ชัดเจนพอที่จะจูงใจให้เกษตรกรยอมจัดการเศษวัสดุแทนการเผา

ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เปลี่ยนขยะเป็นรายได้ ขณะที่ รศ.ดร.ภูมิสิทธิ์ มหาสุวีระชัย ชี้ให้เห็นว่าปัญหาหลักคือต้นทุนการขนส่งที่สูงเกินไป การที่รัฐช่วยอุดหนุนค่าเช่าเครื่องจักร (เช่น เครื่องอัดฟาง) และค่าขนส่ง สามารถลดการเผาในแปลงได้ถึง 30% และเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงตลาดรับซื้อได้สูงถึง 69% เมื่อระบบตลาดอยู่ตัว เกษตรกรจะเลิกเผาไปเองตามธรรมชาติเพราะเสียดายของที่ขายได้

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 4 ด้าน เพื่อให้เกิดการปฏิรูปภาคเกษตรไทยไร้ควันอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลควรเปลี่ยนมาใช้ระบบจัดการครบวงจรผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่:

1. เงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข: ผูกเงินช่วยเหลือกับการไม่เผาในช่วงเปลี่ยนผ่าน 3-5 ปี

2. สร้าง Ecosystem ของตลาด: สนับสนุน “ตัวกลางรวบรวม” ในท้องถิ่นเพื่อส่งขายโรงไฟฟ้าชีวมวล

3. สนับสนุนผู้ให้บริการเครื่องจักร: อุดหนุนรถรับจ้างไถกลบและอัดฟางให้เข้าถึงแปลงขนาดเล็ก

4. ใช้ข้อมูลดาวเทียม: บูรณาการภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อยืนยันการไม่เผาและจ่ายเงินอย่างโปร่งใส

การแก้ปัญหา PM2.5 จากภาคเกษตรไม่ใช่เพียงการขอความร่วมมือ แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้เกษตรกรรู้สึกว่า “การไม่เผา สะดวกกว่า ง่ายกว่า และรวยกว่าการเผา” นั่นเอง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...