นำเข้าจีนทะลัก-น้ำมันแพง: ในเดือนเมษายน 2569 เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อตัวเลข การขาดดุลการค้าพุ่งทะยานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 10,021 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าภาค การส่งออกจะยังคงแข็งแกร่ง ขยายตัวได้ 23.1% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 โดยมีมูลค่า 31,583 ล้านดอลลาร์ แต่กลับถูกกดดันด้วย การนำเข้าที่พุ่งสูงถึง 45% ด้วยมูลค่า 41,604 ล้านดอลลาร์
ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ยอดการนำเข้าสูงทะลุเพดานมาจาก 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1. การนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นถึง 128.6% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 2. การนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป เช่น แผงวงจรไฟฟ้าและเครื่องจักรกล ที่ต้องนำเข้ามาเพื่อใช้ผลิตและส่งออกต่อตามวัฏจักรเทคโนโลยีโลก และ 3. การทะลักเข้ามาของสินค้าจากประเทศจีน
เมื่อเจาะลึกไปที่ปัจจัยด้านคู่ค้าพบว่า ในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว ไทยขาดดุลการค้ากับจีนสูงถึง 7,680 ล้านดอลลาร์ปรากฏการณ์นี้เกิดจากนโยบายของจีนที่เร่งกระจายสินค้าส่งออกเข้าสู่ไทยและอาเซียนเพื่อชดเชยตลาดสหรัฐฯ ที่หดตัวลงจากสงครามการค้า
ประกอบกับการที่ไทยขาดมาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มงวด ทำให้สินค้าจีนสามารถเข้ามาแข่งขันได้อย่างเสรี ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการ SME ไทย ที่แบกรับภาระต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจนไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ และเสี่ยงต่อการปิดกิจการ
อีกหนึ่งความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยคือ โครงสร้างด้านพลังงาน โดย ปัจจุบันไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศสูงถึง 95% และนำเข้าจากตะวันออกกลางถึง 60% รวมถึงนำเข้าก๊าซธรรมชาติอีก 30% ทำให้ไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักเมื่อเกิดความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ได้เสนอแนะทางออกว่า รัฐบาลควรเร่งปรับโครงสร้างพลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง และหาแหล่งพลังงานใหม่ จากรัสเซีย แอฟริกา หรือเอเชียกลาง พร้อมผลักดันพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ควร ส่งเสริมการใช้สินค้าไทย กำหนดให้การลงทุนต่างชาติ (FDI) ต้องใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการนำเข้าสินค้า
แม้สถานการณ์การขาดดุลจะยังคงกดดัน แต่ภาพรวมของ การส่งออกไทยในปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโต โดยคาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ที่ระดับ 3% ถึง 8% ซึ่งหากผู้ส่งออกสามารถปรับตัวรับมือกับต้นทุนและสถานการณ์โลกที่ผันผวนได้เร็ว ก็ยังเป็นความหวังสำคัญที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยต่อไป
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






