ถอดบทเรียนจาก “ญี่ปุ่น” ดัน “โคเนื้อไทย” สู่ตลาดพรีเมียมโลก

/
/
/
ถอดบทเรียนจาก “ญี่ปุ่น” ดัน “โคเนื้อไทย” สู่ตลาดพรีเมียมโลก

ถอดบทเรียน: อุตสาหกรรมโคเนื้อของประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ โดยมี “เนื้อวากิว” จากประเทศญี่ปุ่นเป็นต้นแบบความสำเร็จในการสร้างมูลค่าเพิ่ม

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า แม้ญี่ปุ่นไม่ใช่ผู้ส่งออกเนื้อโรายใหญ่ในเชิงปริมาณ แต่สามารถสร้างมูลค่าการส่งออกต่อหน่วยได้สูงกว่าคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ

โดยข้อมูลในปี 2567 พบว่าเนื้อโคสดหรือแช่เย็นของญี่ปุ่นมีราคาส่งออกสูงถึง 45,251 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งสูงกว่าสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียหลายเท่าตัว

กุญแจความสำเร็จของญี่ปุ่น: อยู่ที่การบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าอย่างบูรณาการ ตั้งแต่ต้นน้ำที่เน้นการปรับปรุงพันธุ์และใช้เทคโนโลยี AI และ IoT ในการจัดการฟาร์มกลางน้ำที่มีการจัดระดับคุณภาพและใช้ระบบ Cold Chain ที่เข้มงวด ไปจนถึงปลายน้ำที่สร้างความเชื่อมั่นผ่านแบรนด์ “Universal Wagyu Mark” และระบบตรวจสอบย้อนกลับ แนวทางนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดด้านพื้นที่และต้นทุนการผลิต

ปัจจุบันประเทศไทยมีโคเนื้อประมาณ 9.4 – 9.9 ล้านตัว แต่มีโคขุนคุณภาพสูงเพียงร้อยละ 7 เท่านั้น ปัญหาหลักที่ขัดขวางการส่งออกคือโรคระบาดและความไม่สม่ำเสมอของมาตรฐานการเลี้ยง เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ผู้เชี่ยวชาญได้เสนอยุทธศาสตร์ 4 ด้านในการพลิกโฉมโคเนื้อไทย ได้แก่:

1. การจัดการพันธุกรรม: พัฒนาลูกผสม “สามสายเลือด” (ยุโรป-บราห์มัน-วากิว) เพื่อให้ได้โคที่โตเร็วและเนื้อมีคุณภาพตรงใจตลาด

2. นิคมอุตสาหกรรมโคเนื้อ (Sandbox): การทำ Zoning พื้นที่ปิดเพื่อควบคุมโรคระบาดและบังคับใช้มาตรฐาน GAP/GFM ได้อย่างเต็มรูปแบบ

3. ความยั่งยืนแบบ Zero Waste: เปลี่ยนมูลสัตว์เป็นพลังงานสะอาด (Biogas) เพื่อสร้างภาพลักษณ์ “Green & Clean Beef” ลดคาร์บอนฟุตพรินต์

4. ระบบอาหารแม่นยำ (TMR): ใช้ระบบอาหารผสมเสร็จเพื่อควบคุมคุณภาพเนื้อให้สม่ำเสมอ

ถอดบทเรียน ในด้านการตลาด ไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากเนื้อนำเข้าต้นทุนต่ำจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ อย่างไรก็ตาม ไทยมีจุดแข็งด้านแหล่งน้ำและผลพลอยได้ทางการเกษตร เช่น กากมันสำปะหลังหมักยีสต์ ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการขุนโค

หากไทยสามารถเพิ่มพื้นที่เลี้ยงวัวกินหญ้าในเขตชลประทานและรักษาต้นทุนหน้าคอกให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ ไทยจะมีโอกาสสูงในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกโคมีชีวิตและเนื้อโคในอาเซียน รวมถึงขยายตัวสู่ตลาดจีนและตะวันออกกลาง

การยกระดับอุตสาหกรรมโคเนื้อไทยต้องเน้นที่ “มูลค่า” มากกว่า “ปริมาณ” โดยความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในการสร้างมาตรฐานที่เชื่อถือได้ จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรไทยมีความมั่นคงทางรายได้และสร้างความมั่นใจในความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างยั่งยืน

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital