ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งแรง: หุ้นซอฟต์แวร์และชิปดีดตัวรับ “AI Disrupt”

/
/
/
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งแรง: หุ้นซอฟต์แวร์และชิปดีดตัวรับ “AI Disrupt”

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาคึกคักอีกครั้ง นำโดยดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดบวกไปกว่า 370 จุด หรือคิดเป็น 0.76% ปิดที่ระดับ 49,174.50 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับเพิ่มขึ้น 0.77% ปิดที่ 6,890.07 จุด และ Nasdaq Composite ปรับขึ้น 1.04% ปิดที่ 22,863.68 จุด 

การปรับตัวขึ้นครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เริ่มกลับมาในกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักจากความตึงเครียดเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจเข้ามาดิสรัปชันหรือทดแทนโมเดลธุรกิจเดิม

ปัจจัยบวกสำคัญที่ผลักดันตลาดในรอบนี้คือหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะ Advanced Micro Devices (AMD) ที่หุ้นทะยานสูงถึง 8.8% ภายหลังการประกาศความร่วมมือระยะหลายปีกับ Meta Platforms บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก 

โดยข้อตกลงดังกล่าวระบุว่า Meta จะติดตั้งชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ของ AMD สำหรับศูนย์ข้อมูลด้าน AI สูงถึง 6 กิกะวัตต์ พร้อมทั้งเข้าลงทุนใน AMD ผ่านวอร์แรนต์อิงผลการดำเนินงานสูงสุดถึง 160 ล้านหุ้น 

ความเคลื่อนไหวนี้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนอย่างมาก แม้ว่าก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งสัปดาห์ Meta จะเพิ่งประกาศใช้ชิปของ Nvidia ไปหลายล้านตัวก็ตาม

นอกจากกลุ่มฮาร์ดแวร์แล้ว หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ระดับองค์กรก็มีการดีดตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะ Docusign ที่ปรับตัวขึ้นกว่า 2% หลังจาก Anthropic เปิดเผยว่าเครื่องมือ Claude Cowork สามารถเชื่อมต่อกับระบบของ Docusign รวมถึง Google Drive และ Gmail ได้ 

ข้อมูลนี้ช่วยให้นักลงทุนเริ่มมองเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า AI อาจเข้ามาเพื่อ “เสริม” ประสิทธิภาพให้กับซอฟต์แวร์ที่องค์กรใช้อยู่เดิม มากกว่าที่จะเข้ามา “แทนที่” อย่างสิ้นเชิงในทันที ส่งผลให้หุ้นซอฟต์แวร์ตัวอื่น ๆ เช่น Salesforce และ ServiceNow ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% และมากกว่า 1% ตามลำดับ

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ อันชูล ชาร์มา จาก Savvy Wealth ระบุว่าสภาวะตลาดที่ผ่านมาเป็นรูปแบบ “ขายก่อน ค่อยถามทีหลัง” (sell first, ask later) ซึ่งทำให้หุ้นซอฟต์แวร์โดนเทขายรุนแรงเกินไป

เขายังชี้ให้เห็นว่าการที่บริษัทยักษ์ใหญ่จะเปลี่ยนจากซอฟต์แวร์ที่เชื่อถือได้และผ่านการพิสูจน์มานาน ไปสู่ระบบ AI ที่สร้างขึ้นเองภายในนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก ทั้งในด้านการใช้งานและความรับผิดชอบทางกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้รวดเร็วเพียงไม่กี่เดือนตามที่หลายฝ่ายกังวล

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดจะปิดแดนบวก แต่ยังคงมีปัจจัยกดดันจากนโยบายเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว รวมถึงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวังต่อไป 

สุดท้ายนี้ หุ้นอย่าง Home Depot ที่มีผลประกอบการดีกว่าคาด และการฟื้นตัวของ IBM ก็เป็นอีกแรงส่งสำคัญที่ช่วยพยุงดัชนีดาวโจนส์ในวันดังกล่าวด้วย

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital