ซูเปอร์เอลนีโญ : สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงนี้ ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ตามฤดูกาลปกติอีกต่อไป แต่นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สภาวะ “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) อย่างเต็มตัว ซึ่งจะนำพาความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง โดยสิ่งที่จะเห็นผลกระทบทันทีคือ “อากาศที่ร้อนจัดทะลุขีดจำกัด” ตามมาด้วยความแห้งแล้งและภาวะฝนทิ้งช่วงที่ยาวนานกว่าทุกปี
ดัชนีความร้อนพุ่งปรี๊ด 58.7 องศาฯ อันตรายระดับสูงสุด
นายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ได้ออกมาเตือนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงของสภาพอากาศในช่วงวันที่ 8-9 เมษายน 2569 แม้อุณหภูมิที่วัดได้จากเทอร์โมมิเตอร์กลางแจ้งจะอยู่ที่ประมาณ 39 องศาเซลเซียส แต่เมื่อนำไปรวมกับ “ค่าความชื้นสัมพัทธ์” ในอากาศที่สูงเกินกว่า 60% จะทำให้ร่างกายมนุษย์รู้สึกร้อนกว่าความเป็นจริงมาก

สิ่งนี้เรียกว่า ดัชนีความร้อน (Heat Index) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะพุ่งทะยานไปถึง 58.7 องศาเซลเซียส ซึ่งตามมาตรฐานทางการแพทย์ หากดัชนีความร้อนสูงเกิน 52 องศาเซลเซียส จะถูกจัดอยู่ในเกณฑ์ “อันตรายมาก (Extreme Danger)” เพราะเป็นระดับที่ร่างกายเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดดได้ง่ายที่สุด
นับถอยหลังนาทีชีวิต: 1 ชั่วโมงกลางแดดที่อาจถึงฆาต
ความน่ากลัวของฮีทสโตรกคือการโจมตีระบบภายในร่างกายอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ หากคุณต้องยืนอยู่ท่ามกลางแดดจัดในสภาพอากาศระดับนี้ นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับร่างกาย
นาทีที่ 10-15: อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายจะพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียสอย่างรวดเร็ว ร่างกายเริ่มทำงานหนักเพื่อระบายความร้อน
นาทีที่ 45: ระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายจะเริ่ม “ล้มเหลว” อาการที่สังเกตได้คือ ผิวหนังจะเริ่มแดงและแห้งสนิท (ไม่มีเหงื่อออก) ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายว่าร่างกายระบายความร้อนไม่ได้แล้ว นำไปสู่อาการหน้ามืด วิงเวียน และเสี่ยงต่อการหมดสติ
นาทีที่ 60 (1 ชั่วโมง): หากยังไม่ได้รับการปฐมพยาบาลหรือหลบเข้าที่ร่ม ความร้อนที่สะสมจะลุกลามจนทำให้ระบบประสาทวิกฤต เซลล์สมองและอวัยวะภายในถูกทำลาย ซึ่งอาจนำไปสู่การช็อกและ “เสียชีวิต” ได้ในที่สุด
วิกฤตซ้อนวิกฤต: ภาคเกษตรกรรมเตรียมรับแรงกระแทก
นอกจากอันตรายต่อชีวิตมนุษย์แล้ว “ซูเปอร์เอลนีโญ” ยังเปรียบเสมือนฝันร้ายของภาคการเกษตร เพราะความร้อนที่แผดเผาจะทำให้น้ำในเขื่อนและแหล่งน้ำธรรมชาติระเหยอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะ “ฝนทิ้งช่วง” ที่อาจลากยาวไปหลายเดือน จะทำให้เกิดภัยแล้งรุนแรง พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ซึ่งจะกระทบต่อห่วงโซ่อาหารและเศรษฐกิจระดับฐานรากของประเทศ
แนวทางรอด: ต้องเร่งปรับตัวก่อนสายเกินแก้
การรับมือกับวิกฤตนี้ไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน:
ภาครัฐ: ต้องเร่งจัดทำและประกาศ “แผนบริหารจัดการน้ำ” ระดับชาติอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามขาดแคลนให้ได้มากที่สุด
เกษตรกร: ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน งดปลูกพืชใช้น้ำมาก หันมาวางแผนการเพาะปลูกพืชทนแล้ง และจัดทำแหล่งเก็บน้ำสำรองในพื้นที่ของตนเอง
ประชาชนทั่วไป: ต้องมีสติและเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในเวลากลางวันโดยเด็ดขาด ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ และคอยสังเกตอาการผิดปกติของตนเองและคนรอบข้าง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างผู้สูงอายุและเด็กเล็ก
ซูเปอร์เอลนีโญไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความร้อน” แต่มันคือภัยพิบัติเงียบที่กำลังท้าทายการเอาชีวิตรอดของเราทุกคน
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






