เมื่อปีที่แล้ว นโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทยเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่สร้างกระแสอย่างมากในช่วงการหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง วันนี้เราจะมาติดตามกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับนโยบายนี้ และรัฐบาลได้นำงบประมาณที่เหลือไปใช้อย่างไร
นโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท: จุดเริ่มต้นและเป้าหมาย
นโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านระบบ Digital Wallet โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและเน้นการกระตุ้นเงินหมุนเวียนในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นแนวคิดที่มุ่งหวังจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
การดำเนินงานและเฟสการจ่ายเงิน
เฟส 1: กลุ่มเปราะบาง
เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2567 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดำเนินการแจกเงินเฟสแรกแล้ว โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มเปราะบาง 2 กลุ่มหลัก ได้แก่:
– ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
– ผู้พิการตามเงื่อนไขที่กำหนด
เฟส 2: ผู้สูงอายุ
ในช่วงเดือนธันวาคม 2567 รัฐบาลได้มีมติเห็นชอบการแจกเงิน 10,000 บาทเฟส 2 ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
– กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ มีสัญชาติไทย อายุ 60 ปีขึ้นไป
– จำนวน: 4 ล้านคน
– การจ่ายเงิน: 10,000 บาทต่อคน ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ในเดือนมกราคม 2568
เฟส 3: เยาวชน (แผนที่ไม่เกิดขึ้น)
ในไตรมาส 2 ของปี 2568 มีแผนจะแจกเงินให้กลุ่มวัย 16-20 ปี ด้วยงบประมาณ 27,000 ล้านบาท
จุดเปลี่ยนและการยกเลิกนโยบาย
ความหวังของโครงการ “แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต” สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2/2568 ได้ตัดสินใจขอชะลอโครงการออกไปก่อน
เหตุผลหลักของการชะลอโครงการคือ:
– ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตทางเศรษฐกิจหลายด้าน
– ผลกระทบจากนโยบายภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐอเมริกา
การจัดการงบประมาณที่เหลือ
กรอบงบประมาณใหม่
จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบข้อเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในกรอบวงเงินรวม 1.15 แสนล้านบาท
การปรับเปลี่ยนโครงการ 42,000 ล้านบาท
เงินที่เหลืออีก 42,000 ล้านบาท เดิมทีรัฐบาลตั้งใจจะสำรองไว้ให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงการกะทันหัน
รัฐบาลตัดสินใจปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นผลกระทบ 3 ด้านหลัก:
1. การบรรเทาผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจเติบโตในอัตราต่ำ
2. การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
3. การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ
โครงการใหม่ที่เกิดขึ้น
รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเป็น 2 โครงการหลัก
1. กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
– งบประมาณ: 10,000 ล้านบาท
– วัตถุประสงค์: สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย
2. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
– งบประมาณ: 8,488 ล้านบาท
– วัตถุประสงค์: สนับสนุนการศึกษาของเยาวชนไทย
งบประมาณรวมของทั้งสองโครงการ: 18,488 ล้านบาท
การเปลี่ยนแปลงจากนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สู่การจัดสรรงบประมาณเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับตัวของรัฐบาลเมื่อเผชิญกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป แม้ว่านโยบายเดิมจะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ แต่การนำงบประมาณไปใช้ในการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศและการศึกษาก็ถือเป็นการลงทุนในอนาคตที่มีความยั่งยืนมากกว่า
คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบโครงการใหม่ทั้งสองแล้ว และคาดว่าจะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่




